xs
xsm
sm
md
lg

กังวลน้ำมัน!“คมนาคม”ประเมินสงกรานต์ 69 คนแห่ใช้บขส.-รถไฟเพิ่ม 10% “พิพัฒน์”ย้ำห้ามขึ้นค่าโดยสาร จัดดีเซล B 20 ขายถูกลง 5 บาท/ลิตร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์”ย้ำสงกรานต์ 69 อีดฉีดน้ำมันไม่ให้ขาดแคลน รถสาธารณะไม่กระทบ พร้อมออกดีเซล B 20 ลดราคาลง 5 บาทต่อลิตร ตรึงค่าโดยสารทุกโหมด คาดประชาชนหันใช้รถสาธารณะเพิ่ม บขส.-รถไฟคาดเพิ่ม 10% “มอเตอร์เวย์ - ทางด่วน”คาดมีรถใช้กว่า 26 ล้านคัน

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานในประเทศไทย และอาจมีผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย กระทรวงคมนาคม จึงคาดการณ์ว่าในปีนี้พฤติกรรมการเดินของประชาชนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง แนวโน้มการเดินทางกลับบ้านของประชาชนลดลง โดยมีการปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลเป็นระยะใกล้ รวมทั้งประชาชนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถบขส. รถไฟ เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ช่วงเย็นวันนี้ (25 มี.ค. ) จะหารือถึงประเด็นเพื่อจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพราะประชาชนยังมีความกังวลสถานีน้ำมันในระหว่างการเดินทางจะมีน้ำมันไม่เพียงพอ โดยในส่วนของรถโดยสารบขส.ได้ประสานกับทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้อัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบจุดบริการที่อยู่ภายในสถานีขนส่งหรือจุดเติมน้ำมัน รถโดยสารสาธารณะทั้งรถประจำทางและรถที่จะนำมาวิ่งเสริมให้อย่างเพียงพอ

สำหรับน้ำมันดีเซลมีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังวันที่ 28 ก.พ.69 หลังเกิดเหตุที่ตะวันออกกลาง จากก่อนหน้าที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ย 67 ล้านลิตรต่อวัน ถึงปัจจุบัน ปริมาณการใช้มีค่าเฉลี่ยเพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่กำลังการผลิตของโรงกลั่น มีประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้จากเดิมที่มีน้ำมันเหลือ 10 ล้านลิตรต่อวัน กลับเป็นขาดน้ำมัน 7 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีได้มีการลงนามในคำสั่งให้งดการเพิ่มการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 เข้าสู่ระบบเพื่อสำรองให้รัฐ จากเดิมวันที่ 31 มีนาคม ให้เพิ่มขึ้นอีก 0.5% และวันที่ 30 เมษายน เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ซึ่งจะทำให้มีน้ำมันสำรองรวมของ 2 เดือนที่ประมาณ 2% (คิดจากปริมาณสำรอง 36,000 ลิตรต่อปี เท่ากับประมาณ 720 ล้านลิตรที่ชะลอออกไป) และคงไว้ที่น้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิม จะทำให้ปล่อยน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาด เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์มากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันทั้ง ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ฯลฯ ต่างกันเร่งสั่งซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งนอกอ่าวเปอร์เซียเพื่อนำมาทดแทนในสัดส่วนประมาณ 50%

@สุดสัปดาห์นี้เริ่มขายดีเซล B 20 ถูกลง 5 บาทต่อลิตร แก้ขาดแคลน-ตรึงค่าโดยสาร

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริม โดยในสุดสัปดาห์นี้ จะนำผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล B20 ออกมาจำหน่ายในราคาถูกกว่าดีเซล B 7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร ในปริมาณ 16 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนและช่วยเรื่องต้นทุนรถขนส่ง รถโดยสารสาธารณะต่างๆ ที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะไม่มีการปรับค่าโดยสารแต่อย่างใด แต่ในอนาคตหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ และราคาน้ำมันดีเซลอาจจะปรับขึ้นไปกว่า 35 บาทต่อลิตร ที่ประชุมศบก.คงจะต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่มต่อไป

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีรถโดยสารสาธารณะทุกหมวดทั้งประจำทาง ไม่ประจำทาง จำนวน 83,743 คันปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ย 7.07 ล้านลิตรต่อวัน การรถไฟฯใช้น้ำมัน ดีเซล B7 ประมาณ 2.2-2.4 ล้านลิตรต่อวัน , การขนส่งทางน้ำเรือโดยสารประจำทาง เรือข้ามฟาก เรือเฟอรรี่ เรือท่องเที่ยว เรือขนส่ง มีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซล B 7 ประมาณ 5.09 แสนลิตรต่อวัน น้ำมันเบนซิล 95 ประมาณ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน


@คาดสงกรานต์ 10 วัน ปริมาณจราจร “มอเตอร์เวย์ - ทางด่วน” รวม 26.54 ล้านคัน

นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมการในการอำนวยความสะดวกและการให้บริการด้านคมนาคมสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในปีนี้อย่างเต็มที่ โดยได้คาดการณ์ปริมาณจราจรในช่วง 10 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้าและออกจากกรุงเทพมหานครบนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ รวม 10.65 ล้านคัน และบนทางพิเศษ รวม 15.89 ล้านคัน ส่วนของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารสาธารณะ และเครื่องบิน คาดการณ์มีปริมาณรวม 18.58 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็น การเดินทางภายใกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 11.50 ล้านคน-เที่ยว การเดินทางระหว่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว

@คาดยอดใช้ บขส.-รถไฟ เพิ่ม 10%

ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชาชนมีความต้องการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น 10% สำหรับการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเพิ่มขึ้น 14% สำหรับการเดินทางในเส้นทางระหว่างเมือง เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 2568 โดย บขส.เพิ่มเที่ยววิ่ง 10% รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจากปีก่อน 644,983 ที่นั่งเป็น 709,481 ที่นั่ง ลดค่าโดยสาร 10% (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ทุกเส้นทาง ส่วนรถไฟ เพิ่มขบวนรถไฟ/ที่นั่ง 21% รองรับได้เพิ่ม จากปีก่อน 807,266 ที่นั่งเป็น 981,752 ที่นั่ง สายการบินภายในประเทศ ลดเพดานราคาตั๋วเครื่องบิน 15-30% รวม 29,685 ที่นั่ง จำนวน191 เที่ยวบิน (11 เส้นทาง ไป-กลับ) โดย บางกอกแอร์เวย์สเพิ่ม 24 เที่ยวบิน เพิ่มรวม 1,680 ที่นั่ง และการบินไทย ปรับเปลี่ยนแบบอากาศยาน เพิ่มรวม 1,428 ที่นั่ง


@มาตรการเข้มข้นคุมปลอดภัย ลดเจ็บตายลงอีก 5%

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 ระยะเวลารวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าหมาย ลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 %

โดยมีบริการฟรีในหลายเส้นทาง ประกอบด้วย 1. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ของ กทพ. รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และสัญญาสัมปทาน ทางพิเศษอุดรรัถยา และทางพิเศษเฉลิมมหานคร รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.

2. ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพมหานคร - เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และ มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี)

ส่วนเส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จะเปิดให้บริการฟรีตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน-นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออก กทม. ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 และเป็นขาเข้า กทม. ระหว่างวันที่ 14-19 เมษายน 2569

ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา ปัจจุบัน เปิดให้บริการอยู่แล้ว ตลอด 24 ชม. จะสามารถ ใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 10-19 เม.ย. 2569

ส่วนเส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร ปัจจุบันเปิดให้บริการฟรีอยู่แล้ว


สำหรับความพร้อมในการบริหารจัดการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย 3 มิติ 7 มาตรการ ได้แก่ 1. มิติป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยมี โครงการตรวจรถฟรีของ ขบ. และภาคีเครือข่าย ได้แก่ บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นภาคเอกชนทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง จำนวน 150 แห่ง ทั่วประเทศ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area จำนวน 219 แห่ง ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2569

2.มิติอำนวยความสะดวก ด้านโครงข่ายการเดินทาง บริการข้อมูลข่าวสารการจราจรผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และApplication ต่าง ๆ เช่น M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway/ Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ/ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะใน กทม. และปริมณฑล/ สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชนเป็นต้น และ

3. มิติอำนวยความปลอดภัย ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การตรวจสอบแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดผู้ขับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ กำกับดูแลวินัยจราจรผู้ใช้ถนน หยุดงานก่อสร้าง ปรับปรุงซ่อมแซมถนน และจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เฝ้าจุดเสี่ยงบนสายทาง และจัดทำป้ายเตือนและป้ายแนะนำ จัดเตรียมรถลาก ประสานภาคีเครือข่ายสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพและกู้ภัย ตลอดจน ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “ไม่ขับเร็ว-คาดเข็มขัดนิรภัย-สวมหมวกนิรภัย-ดื่มไม่ขับ-รักษาวินัยจราจร-ง่วงไม่ขับ-ไม่ขับย้อนศร”

“เน้นย้ำทุกหน่วยเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค รวมทั้งให้หยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ และขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน”