กบน.ลดการอุดหนุนน้ำมันดีเซลเหลือ 19.86 บาทต่อลิตร จากเดิมอุ้มอยู่ลิตรละ20.36บาท ส่งผลให้พรุ่งนี้ดีเซลขยับขึ้น 50สต./ลิตรแตะ 30.44บาท หลังพ้นกำหนดตรึงราคาดีเซลไม่เกิน30บาทต่อลิตรเป็นเวลา15วัน และเพิ่มการอุดหนุนแก๊สโซออล์E20และE85
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) แจ้งว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 23 พ.ศ.2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)และพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่า 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
กบน. ระบุว่า การแทรกแซงราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น โดยยังคงยึดหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของพลังงาน เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม
สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ B20 ได้รับเงินชดเชย 19.86 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
ในส่วนของกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กำหนดให้ E20 ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 12.85 บาทต่อลิตร รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้รับ 9.73 บาทต่อลิตร ส่วน E85 ได้รับ 4.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร โดยประกาศดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศ และการนำเข้า รวมถึงกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนในกรณีส่งออก เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน


