xs
xsm
sm
md
lg

รฟท.เปลี่ยน "ระบบส้วมปิด" รถแอร์ชั้น 2 อีก 40 คัน เปิด TOR เตรียมประมูลงบ 143 ล้านบาทเสร็จใน 27 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รฟท.เตรียมเปิดประมูลปรับปรุงระบบไฟฟ้าและสุขาระบบปิด รถโดยสารปรับอากาศชั้นที่ 2 จำนวน 40 คัน งบ 143 ล้านบาท ประชาพิจารณ์ร่าง TOR ระยะเวลา 27 เดือน ตั้งเป้าเพิ่มคุณภาพบริการสอดคล้องแผนยุทธศาสตร์รองรับการใช้สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางระบบราง

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.เตรียมดำเนินการปรับปรุงระบบไฟฟ้าและสุขาระบบปิดรถโดยสารปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 ชนิดรถ บนท.ป. รุ่น 1101-1140 (ITR) จำนวน 40 คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง 130,197,600.00 บาท (วงเงินงบประมาณ 143.50 ล้านบาท) ประกาศประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 โดยเปิดรับฟังคำวิจารณ์ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 2569 จนถึงวันที่ 12 มี.ค. 2569

ทั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งระยะ 20 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง รฟท.ได้รับมอบหมายให้ลงทุนระบบราง ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง โดยใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นจุดศูนย์กลางการใช้เส้นทางร่วมกันของโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) และให้ห้องน้ำของรถไฟทางไกลจะต้องเป็นสุขาปิด และปริมาณควันไอเสียที่ได้จากการเผาไหม้ขอขงเครื่องยนต์ต้องมีปริมาณลดลง เพื่อสุขอนามัยและความสะอาดภายในสถานีที่มีการจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสาร จึงจำเป็นต้องปรับปรุง/ดัดแปลงรถโดยสาร โดยเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของ รฟท.

โดยราคากลาง 130,197,600.00 บาท (ราคาอ้างอิง) วันที่ 11 มิ.ย. 2568 แหล่งที่เป็นราคาต่ำสุดจากการสืบราคาผู้ประกอบการและสืบราคาจากท้องตลาด จำนวน 5 ราย ดังนี้
1. บริษัท บลาส แอนด์ โค โพรเทคทีฟ จำกัด
2. บริษัท เอ แปล จำกัด
3. บริษัท ไทยเรลเทค จำกัด
4. บริษัท กิจการร่วมค้าไซโนเจน - ปิ่นเพชร จำกัด
5. บริษัท เอเซียเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส (ไทยแลนด์) จำกัด

โดยร่าง TOR กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้แก่ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน, ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานรัฐ

ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง คืองานซ่อมวาระหนักรถจักร หรืองานซ่อมหนักอุบัติเหตุรถจักร หรืองานซ่อมดัดแปลงรถจักร หรืองานซ่อมดัดแปลงรถจักรหรือล้อเลื่อนอื่นๆ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 14.350 ล้านบาท ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่รฟท.เชื่อถือ โดยเป็นผลงานที่แล้วเสร็จซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่า 1 สัญญา มาใช้แสดงผลงานในการเข้ายื่นข้อเสนอประกวดราคา

ทั้งนี้ ราคาที่เสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 180 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคาผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้, มีกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 810 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับส่งมอบรถจาก รฟท. โดยแบ่งออกเป็นงวดๆ จำนวน 8 งวด งวดที่ 1 จะเริ่มส่งมอบรถให้ผู้รับจ้างภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง ดังนี้

- งวดที่ 1 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 180 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 2 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 3 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 4 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยจาก รฟท.
- งวดที่ 5 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 6 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 7 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 5 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.
- งวดที่ 8 ผู้รับจ้างจะต้องทำการส่งมอบรถที่ดำเนินการดัดแปลงปรับปรุงแล้วเสร็จ จำนวน 8 คัน ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบรถโดยสารจาก รฟท.

ในกรณีที่ รฟท.ไม่สามารถส่งมอบรถให้ผู้รับจ้างไปดำเนินการซ่อมได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้น ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก รฟท.มิได้ กรณีนี้ รฟท.จะขยายระยะเวลาการส่งมอบรถให้แก่ผู้รับจ้างไปดำเนินการซ่อมตามจำนวนวันที่ส่งมอบล่าช้านั้น หากผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาสถานที่ดำเนินการซ่อมปรับปรุงรถโดยสารปรับอากาศฯ เอง ซึ่งต้องไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติงาน รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการซ่อมและบุคลากรของผู้รับจ้างเอง โดยจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้รับจ้างต้องใช้สถานที่ที่อยู่ภายในประเทศไทยให้ระบุมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์


ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องวางหลักประกันค่ารถที่นำไปดำเนินการซ่อมเป็นเงินคันละ150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ทุกกรณี โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในข้อ 5 และหลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบรถดีเซลรางและรถปรับอากาศคืนให้แก่ รฟท.

ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้รฟท.ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา, กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก รฟท. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น, กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง โดยต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถัดจากวันที่ รฟท.ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง

รายงานข่าวแจ้งว่า รฟท.มีตู้โดยสารที่เป็นระบบห้องสุขาแบบปิดให้บริการในปัจจุบัน จำนวน 134 คัน และมีแผนปรับปรุงห้องสุขาของตู้โดยสารในขบวนที่ยังเป็นระบบระบบส้วมเปิด จำนวน 150 คันให้เป็นแบบปิด เพื่อสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวกโดยก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงระบบไฟฟ้า สุขาระบบปิด รถโดยสารจำนวน 33 คัน วงเงินประมาณ 75.055 ล้านบาท

ประกอบด้วย รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ (บนอ.ป.) จำนวน 8 คัน รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.) จำนวน 9 คัน รถโบกี้ชั้นที่ 2 ปรับอากาศ ( บชท.ป.) จำนวน 8 คัน ราคากลางคันละ 2.784 ล้านบาท รถโบกี้สัมภาระมีเครื่องห้ามล้อ (บพห.) จำนวน 8 คัน