xs
xsm
sm
md
lg

“เอิร์ธ แฟคเทอรี่” รีแบรนด์ในรอบ 20 ปี ทุ่ม 100 ล. ผุดโรงงาน-ไลน์สินค้าใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดเครื่องหอมไทย 6,000 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง อินไซต์กลิ่นทำหน้าที่มากกว่าความหอม สู่ mood energy ”เอิร์ธ แฟคเทอรี่“ เห็นโอกาส พร้อมสลัดภาพลักษณ์เดิมสู่การรีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 20 ปี ทุ่ม 100 ล้านบาทผุดโรงงานใหม่ และเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่เต็มรูปแบบ ขยายฐานลูกค้าสู่ Gen Z และ Gen Y ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 500 ล้านบาท ใน 3 ปี

นายสุกิจ ประสิทธิ์หิรัญ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการขาย บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทยขยายตัวกว่า 5 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนมีมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ขณะที่ Bath & Bloom มีส่วนแบ่ง 8% และยังส่งออกไปต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน ส่งผลให้แบรนด์ติดอันดับ Top 5 แบรนด์เครื่องหอมของไทยด้วย


อย่างไรก็ตามก่อนโควิดบริษัทมียอดขายทะลุ 100 ล้านบาท จากนั้นลดลงเล็กน้อย โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ากำลังการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ จีงมีการปรับโครงสร้างใหม่และวางกลยุทธ์ใหม่ ใน 4 ส่วน คือ 1.ลงทุน 100 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่และคลังสินค้าใหม่ 2.อัปสกิลพนักงาน 3. ออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการในอนาคต 4.ขยายตลาดใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจากนี้จะเพิ่ม 1 ประเทศใหม่ทุกๆ ปี

นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายในประเทศ ผ่านการเปิดแฟล็กซิปสโตร์ในจังหวัดสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมเพิ่มสาขาในกรุงเทพฯ และมุ่งยกระดับศักยภาพทีมงาน เน้น Upskill และพัฒนาทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการพัฒนาโครงสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ใหม่


นางสาวสุดคนึง กองอำนวยสุข หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด กล่าวต่อว่า ในยุคที่แฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่แค่เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไม่ใช่แค่ภาพเช็กอิน แต่คือรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ Fluid Living ที่หนึ่งคนรับหลายบทบาท และแต่ละบทบาทต้องการพลังที่แตกต่างกัน ซึ่งกลิ่นเป็น Mental Power ให้ผู้คนได้ในแบบที่คนไม่คาดถึงมาก่อน เมื่อกลิ่นไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความหอม แต่กลายเป็น mood energy และสไตล์ที่คนรุ่นใหม่เลือกใช้เพื่อกำหนดจังหวะชีวิตของตัวเองในแต่ละวัน เพราะในวันนี้คนไม่ได้เลือกกลิ่นเพราะแค่อยากให้ห้องหอมหรือผิวหอม แต่เลือกเพราะอยากรู้สึกโฟกัส ผ่อนคลาย หรือรีเซ็ตตัวเองในแต่ละช่วงเวลา ตลาดจึงกำลังเปิดรับบทบาทใหม่ของกลิ่น ในฐานะพลังที่ทำงานกับอารมณ์และจังหวะชีวิตจริงๆ

ดังนั้นในปี 2569 นี้ บริษัทจะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 5N+1R ประกอบด้วย 1.NEW TARGET CUSTOMER จากผู้ญิงวัยทำงาน สู่คนรุ่นใหม่เจน Y และ Z ในบทบาทที่แตกต่างกัน 2.REBRAND สร้างหมวดหมู่ตลาดใหม่ จาก Wellness Scent สู่ Scent with Function 3.NEW BRAND PERSONA 4.NEW PRODUCT LINE UP 5.NEW COLLABORATION 6.NEW EXPERIENCE: FLAGSHIP STORE


สำหรับไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ มากับคอนเซ็ปต์ 'Scent with Function กลิ่นหอม' ที่ทำงานกับอารมณ์ของคนตามจังหวะชีวิต ได้แก่ 1. Blooming Collection 2.Journey to Bloom Collection 3. Sleep Before Blooming Collection 4.Blooming Memoire Collection เป็น New Soap Collecion

ทั้งนี้เชื่อว่าจากแผนที่วางไว้จะเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทมีผลประกอบการได้ถึง 500 ล้านบาท ภายในปี 2571หรือโตขึ้นในปีแรก 50% จากนั้นไม่ต่ำกว่า 30-40% เป็นอย่างน้อย จากปัจจุบันรายได้ 70% มาจากในประเทศ และ 30% จากต่างประเทศ.