“อรรถพล”ประกาศเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลหรือ B100 จากเดิมที่ผสมในน้ำมันดีเซล จากB5 เป็น B7 เริ่มบังคับใช้ 14 มีนาคมนี้ และส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์E20 โดยให้ราคาถูกกว่าE10 ลิตรละ 3บาท ยอมรับเงินกองทุนน้ำมันฐานะติดลบแล้ว ยอมให้ขึ้นขยับขึ้นเบนซินโซฮอล์แล้ว พร้อมตรึงราคาLPGต่อไปอีก 2เดือนถึงพ.ค.นี้
ส่วนการจัดหาน้ำมันดิบและLNGจากรัสเซีย ยอมรับว่าเสี่ยงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการแก้ไขสถานการณ์ด้านพลังงานจากผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ตามที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำมัน โดยออกมาตรการเป็นคำสั่งนายกรัฐมตรี คือการระงับส่งออกน้ำมัน พร้อมกับประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน จาก 1% เป็น 1.5% ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และเพิ่มเป็น 3% ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2569 จะช่วยยืดระยะเวลาได้อีก 7 วัน
ขณะที่มาตรการถัดไปคือมาตรการการเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลหรือ B100 จากเดิมที่ผสมในน้ำมันดีเซล 5% เป็น 7% จะช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลลงไป 2% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยส่งเสริสการใช้B100 และลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลลง
ปัจจุบันมีผลผลิตปาล์มที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ จึงไม่ต้องห่วงความเพียงพอของน้ำมันปาล์ม(CPO) ที่จะมาผสมเพิ่มทำB100 นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้ศึกษาเพิ่มเติมว่าจะส่งเสริมไปถึง B10 และ B20 ได้อย่างไร แต่ยอมรับว่าค่ายรถยนต์บางค่ายยังไม่ได้รับรองว่าการเติมน้ำมันดีเซลB10 หากมีการส่งเสริมการใช้ ก็จะต้องมีการศึกษาว่าค่ายรถยนต์ยี่ห้อไหนรุ่นไหนสามารถใช้ได้
สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปัจจุบันในตลาดมีทั้ง E10 E20 และ E85 กระทรวงฯ จะมีการส่งเสริมใช้ E20 และ E85 เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาระหว่าง E10 กับ E20 ห่างกันไม่มากหรือเพียง 2 บาทต่อลิตร ก็จะเพิ่มส่วนต่างเป็นประมาณ 3 บาทต่อลิตร เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้บริโภค ดังนั้นหากเปลี่ยนมาใช้ E20 นอกจากประหยัดเงินแล้ว การใช้เนื้อน้ำมันเบนซินก็น้อยลง และส่งเสริมการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นด้วย
นายอรรถพล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่อไปอีก 2 เดือน ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 จากเดิมจะหมดมาตรการภายในเดือนมีนาคมนี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจราคาก๊าซ LPG จะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้
ส่วนราคาน้ำมันดีเซล หลังจากครบกำหนดการประกาศตรึงราคา 15 วัน ซึ่งตรึงไปแล้ว 9-10วัน คงเหลืออีก 5-6วันจะครบ15วันจะกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนกลุ่มเบนซิน ปัจจุบันใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปช่วยบางส่วน แต่เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อาจทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกบ้าง แต่ขอให้ผู้ประกอบการน้ำมันทยอยปรับขึ้นราคา ไม่ได้ขึ้นรวดเดียวครั้งละเยอะๆ สืบเนื่องจากกองทุนน้ำมันมีฐานะติดลบแล้ว
ล่าสุดบริษัทน้ำมัน ORและบางจาก ประกาศขึ้นขายปลีกน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร เว้น E20, E85 ลดลง 0.50 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล และ Premium GSH95 คงเดิม มีผล 10 มี.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็น ดังนี้ ULG = 39.64 บาท, GSH95 = 31.05 บาท, E20 = 27.84 บาท, E85 = 25.79 บาท, GSH91 = 30.68 บาท, พรีเมี่ยม GSH95 = 40.04 บาท, HSD = 29.94 บาท, พรีเมียมดีเซล = 43.44 บาท ต่อลิตร โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ในส่วนของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน นำเข้าเกือบ 30-40 ลำ แต่จะมี 5 ลำ ที่มาจากกาตาร์ ออกมาจากช่องแคบฮอร์มุชได้แล้ว 2 ลำ อีก 3 ลำยังไม่ได้ออกมา จึงได้สั่งการให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดต่อหาแหล่งอื่นมาทดแทน โดย ณ ปัจจุบันสามารถคอนเฟิร์มได้ 2 ลำ ส่วนอีก 1 รายกำลังรอคอนเฟิร์มอยู่ ซึ่งได้รับข้อเสนอมาแล้วยืนยันว่า LNG ที่จะทดแทนกาตาร์ในช่วง 2 เดือนนี้มาได้แน่นอน อย่างไรก็ตามในส่วนLNGของกาตาร์นั่นก็ยังไม่ได้ยกเลิก หากสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุชมาได้ก็จะเป็นผลประโยชน์เพิ่มขึ้น
สั่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประชุมภายในสัปดาห์หน้า เพื่ออนุมัติการหาตลาดLNGใหม่ที่จะมาทดแทน LNG จากกาตาร์ในช่วงพฤษภาคมนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเย้อต่อไป
สำหรับอัตราค่าไฟฟ้ารอบใหม่พ.ค.-ส.ค.69 จะมีการพิจารณาในปลายเดือนนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร แต่จะพยายามให้ดีที่สุด
ส่วนการจัดหาน้ำมันดิบและLNGจากรัสเซียนั้น ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากรัสเซียยังถูกมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาอยู่ ดังนั้นการโอนเงินซื้อน้ำมันจากรัสเซียมีความเสี่ยงอยู่ แม้ว่าขณะนี้สหรัฐฯจะผ่อนผันให้อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ แต่น่าจะเป็นการผ่อนผันรายประเทศเท่านั้น


