สกาย ไอซีที ร่วมกับ ม.เกษตรฯ เปิด“SKY Aviation Lab” ห้องปฏิบัติสนามบินอัจฉริยะ เสริมการเรียนรู้พัฒนาสกิลนิสิต ฝึกปฏิบัติจากระบบจริงในสนามบินครบตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง เติมเต็มอุตสาหกรรมการบิน CAAT เผยปี 69 มีเครื่องบินใหม่ 60 ลำ ต้องผลิตบุคลากรรองรับ อุตฯการบินโต ดันไทยเป็น Aviation Hub
วันที่ 9 มี.ค. 69 บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัวห้องปฏิบัติสนามบินอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “SKY Aviation Lab” โดยมุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีและสถานการณ์จริงกับในสนามบิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรรุ่นใหม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันที ไปจนถึงช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาและวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยต่อไปในอนาคต พร้อมกันนี้ได้มีการจัดเสวนาเสวนาในหัวข้อ “ศักยภาพและความพร้อมของอุตสาหกรรมการบินไทย สู่การเป็น Aviation Hub” โดย มีพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท.ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้พร้อมรองรับกับการขยายตัวของปริมาณผู้โดยสาร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ภายหลังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการร่วมวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน ล่าสุดได้เปิดตัว ห้องปฏิบัติสนามบินอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “SKY Aviation Lab” ซึ่ง ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง
โดย ภายในห้องปฏิบัติการยังมีวิดีโอสาธิตระบบครบตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่องและวิดีโอสาธิตระบบ BRS (Baggage Reconciliation System) สำหรับติดตามและจับคู่สัมภาระกับผู้โดยสาร เพื่อให้นิสิตเห็นภาพรวมการบริหารจัดการข้อมูลและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้โดยสาร (Passenger Flow) ภายในสนามบิน
นายสิทธิเดชกล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการการบินโลกจะเติบโต 5-8 % ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย จะเติบโตสูงกว่านั้น ซึ่งหลายประเทศก่อสร้างสนามบินเพิ่ม แต่การเป็นศูนย์กลางการบินไม่ใช่มีจำนวนเที่ยวบินมาก หรือมีผู้โดยสารมาก แต่เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทำให้การบริการเพื่อให้การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า สะดวกรวดเร็ว ปัจจุบัน SKY นำเทคโนโลยีให้บริการในสนามบิน 13 แห่งของไทย ระบบที่สะดวก ผู้โดยสารใช้เวลาในการผ่านขั้นตอนลดลง จะมีเวลาเหลือไปพักผ่อน ช้อปปิ้งภายในสนามบิน ข้อมูลมีจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยให้ผู้บริหารสนามบินมีข้อมูลนำไปบริหารจัดการ ลดความซ้ำซ้อนขั้นตอนบริการ ลดเวลา และลดต้นทุน ลดการดีเลย์ รวมถึงทำให้มี Slot นำไปจัดสรรให้สายการบินเพิ่มได้อีก
ปัจจุบัน SKY ให้บริการ ระบบ Check-In and Boarding System (CUPPS) ระบบเช็กอินที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารกับสายการบิน และชั่งน้ำหนักกระเป๋า เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบ Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) อัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง
ระบบ Self Bag Drop บริการโหลดสัมภาระด้วยตนเอง ช่วยลดระยะเวลาการรอคิวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์
ระบบ Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้า ให้ผู้โดยสารยืนยันตัวตนและเดินผ่านขึ้นเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารซ้ำ
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีตำแหน่งที่ตั้งเหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางการบิน แต่ปัจจุบันผู้โดยสารถึง 95% ใช้ไทยเป็นจุดหมายปลายทาง มีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ไม่ถึง 5% เทียบกับ ฮ่องกงที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องถึง 80% ไทยยังจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสนามบิน เพื่อขยายศักยภาพการให้บริการซึ่ง CAAT เพิ่งอนุมัติให้ทอท.ปรับขึ้นค่า PSC เพื่อนำรายได้มาลงทุนก่อสร้าง ขณะที่ ปี 2569 สายการบินต่างๆ จะมีเครื่องบินใหม่เข้ามารวมประมาณ 60 ลำ ซึ่งทำให้มีความต้องการด้านบุคลากรเพิ่มตามไปดวย ทั้ง นักบิน ลูกเรือ ช่าง และบริการภาคพื้น ดังนั้น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ต้องร่วมมือกันสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ
ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมร่วมมือกับ SKY ICT การพัฒนาบุคลากร และเข้ามาสนับสนุนการสร้าง SKY Aviation Lab ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการเรียนรู้ของนิสิตทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีที่ใช้จริงในสนามบินมาให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง ซึ่งจะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้พร้อมสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูง (High-Skilled Talent) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การมีห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ที่จำลองระบบปฏิบัติงานจริงในสนามบิน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นิสิตได้เห็นภาพรวมและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้า (Front-end) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Back-end) ผ่านระบบ APPS, AODB และ BRS ซึ่งทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Big Data ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับสนามบินของไทยให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งยังส่งเสริมให้นิสิตมีกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ และพร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการบินได้ทันทีที่จบการศึกษา


