xs
xsm
sm
md
lg

คำสั่งนายกฯงดส่งออกน้ำมัน- สั่งผู้ค้าทยอยเพิ่มสำรองฯตามกม.เป็น 1.5%และ3%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คำสั่งนายกฯมีผลแล้ว งดส่งออกน้ำมันและทยอยเพิ่มสำรองน้ำมันทางกฏหมายของผู้ค้าฯ จาก 1 % เป็น 1.5% ในสิ้นมี.ค.และ3% สิ้นเม.ย.69 ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ ด้านปตท.ปลดล็อกเติมน้ำมันใส่แกลลอนเล็กได้ไม่เกิน 200ลิตร

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (6 มี.ค.ฉ) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศ 2ฉบับเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยฉบับแรก ระงับการส่งออกน้ำมัน 4 ประเภท ได้แก่ กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ , ดีเซล,น้ำมันเครื่องบิน JET A1 และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี ) ยกเว้น การส่งออกไปเมียนมาและ สปป.ลาว ,การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในคลังสินค้าฑัณฑ์บน ที่เป็นการนำเข้าเพื่อส่งออก และน้ำมันที่ไม่ได้สเปกสำหรับการใช้ในประเทศ ซึ่งทำให้ไทยมีน้ำมันเพื่อใช้ในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการส่งออกราว 20 ล้านลิตรต่อวันในจำนวนนี้เป็นการส่งออกไป สปป.ลาวประมาณ เกือบ 5 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกไปเมียนมา ไม่ถึง 1 ล้านลิตรต่อวัน โดยการส่งออกไป 2 ประเทศนี้ ก็เป็นไปตามที่ นายกรัฐมตรีและ นายอรรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ร่วมชี้แจงก่อนหน้านี้ คือ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันเพราะทั้ง2 ประเทศต่างมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานร่วมกับไทย

ส่วนประกาศ ฉบับที่ 2 เป็นการเพิ่มสำรองน้ำมันทางกฏหมาย ของผู้ค้าน้ำมันโดยทยอยเพิ่มสัดส่วนจากปัจจุบัน 1% หรือ 3.5 วัน เป็น 1.5% ในวันที่ 31 มี.ค. และเพิ่มเป็น 3 % หรือ 10.5 วัน ในวันที่ 30 เม.ย. 69 ซึ่งในส่วนนี้ แม้ว่าผู้ค้าอาจจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็นับว่าเพิ่มไม่มากนัก เพราะได้มีการงดการส่งออกก็นำส่วนนี้มาสำรองเพิ่ม

นอกจากนี้ ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประชุมร่วมกับโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันในการวางแผนร่วมมือกันป้องกันการขาดแคลนและลดปัญหาการกักตุนของผู้ใช้น้ำมันทั้งภาคประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ ในส่วนของโรงกลั่นฯจะไม่มีการเพิ่มสำรองน้ำมันทางกฏหมายจากปัจจุบันที่ 6% แต่อย่างใด และโรงกลั่นฯได้ยืนยันว่าในขณะนี้ได้มีการดีลเจรจาทยอยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย มาทดแทนสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางที่มีสัดส่วนราว 50% ของกำลังกลั่น ซึ่งโรงกลั่นระบุว่าสามารถทำได้ ภาพรวมแล้วก็ทำให้ตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มจาก 60 วัน เป็น 95 วัน

ที่ผ่านมา การสำรองน้ำมันของไทยทั้งโรงกลั่นฯและผู้ค้ำน้ำมันมีสัดส่วน 6 %ของปริมาณการกลั่นและจำหน่าย หรือราว 44 วัน แต่ในสมัยนายณรงค์ชัย อัครเศรณี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ช่วงปี 2557 ได้มีการปรับลดอัตราสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมาย โดยลดการสำรองผู้ค้าน้ำมันลงเหลือ1% ส่งผลให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองทางกฏหมายรวมลดลงจาก 43 วัน เหลือประมาณ 25 วัน และเมื่อรวมสำรอง Working Stock หรือ น้ำมันสำรองเพื่อใช้ในการดำเนินงาน คือน้ำมันปริมาณขั้นต่ำที่ผู้ค้าน้ำมัน "จำเป็น" ต้องมีไว้ในระบบตลอดเวลา เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุด อีก 13-15 วัน รวมกับสำรองในเรือขนส่งก็ทำให้ประเทศไทยมีสำรองน้ำมันรวม 60 วัน 


ขณะที่ผู้ใช้น้ำมันยังคงตื่นตัวไปเติมน้ำมัน เพราะหวั่นราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น จากสงครามตะวันออกกลาง และกลุ่มผู้ใช้เกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็กต่างโอดครวญจากที่ ปั๊มน้ำมันต่างประกาศงดเติมให้ กับแกลลอนน้ำมัน ล่าสุด ปั๊ม ปตท.ได้ออกประกาศปรับเปลี่ยนให้เติมแกลลอนเล็กได้แต่งดเติมถึง 200 ลิตรเป็นการชั่วคราว เพื่อให้สามารถให้บริการน้ำมันแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างทั่วถึงในระยะยาว
และยืนยันปริมาณน้ำมันยังคงมีเพียงพอสำหรับการให้บริการ โดยอยู่ระหว่างการทยอยขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ (MOPS)ราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เบนซิน 95 (Mogas 95): เคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ที่ประมาณ 96.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดีเซล (Gasoil 10ppm) ราคาพุ่งขึ้นไปแตะ 125 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ,น้ำมันดิบดูไบ (อ้างอิง)อยู่ที่ประมาณ 84-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (Singapore Complex Margin) พุ่งสูงขึ้นเกือบแตะ 22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ในขณะที่ กระทรวงพลังงานดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลตรึงไว้ที่ไม่เกิน 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ทำให้กองทุนน้ำมันชดเชยดีเซล 9.57 บาทต่อลิตรและชดเชยแก๊สโซฮอลล์ 0.30 – 2.88 บาทต่อลิตร