xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูชี้ราคาถ่านหิน-ก๊าซฯพุ่งรับสงครามอิหร่าน หนุนผลดำเนินงานปี69รายได้โตกว่า1.7แสนล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน360- “บ้านปู”รับอานิสงส์สงครามอิหร่าน ราคาน้ำมัน-LNGพุ่ง ดันราคาถ่านหินและราคาก๊าซฯขยับเพิ่มขึ้นตาม ล่าสุดถ่านหินวิ่งแตะ 135เหรียญต่อตัน คาดผลประกอบปี69 ดีกว่าปีก่อนจากปริมาณการผลิตและราคาที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจถ่านหิน ไฟฟ้าและก๊าซฯ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน)หรือ BANPU เปิดเผยว่าความไม่สงบภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาถ่านหินปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค.2569อยู่ที่ 110เหรียญสหรัฐต่อตัน ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 136 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าราคาเฉลี่ยปีที่แล้วที่ 100เหรียญสหรัฐ/ตัน และราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดเฮนรี่ ฮับที่สหรัฐฯก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยบ้านปูมีการทำเฮดจิ้งไว้ราว 70 %กำลังผลิตที่ระดับราคา 3.8เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ที่เหลือเป็นการซื้อขายตามราคาตลาด

ดังนั้น ทิศทางผลประกอบการบริษัทปี 2569 คาดว่าจะดีขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 173,423 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 39,108 ล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 752 ล้านบาท) แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในระหว่างปี จำนวน 45.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,509 ล้านบาท) จากผลกระทบจากรายการอนุพันธ์ทางการเงิน รายการปรับปรุงและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ ทำให้ปี2568 บ้านปู ขาดทุนสุทธิ 61.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 2,025 ล้านบาท)

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในปี2569 มีปริมาณผลิตถ่านหินมากกว่าปีก่อนที่ 42 ล้านตันต่อปี และการขายถ่านหินมากกว่า 45 ล้านตัน โดยปีนี้เหมืองถ่านหินที่มองโกเลียจะผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตันมาอยู่ที่ 3ล้านตัน/ปี และเหมืองถ่านหินที่ออสเตรเลียตั้งเป้าปีนี้ปริมาณขายถ่านหิน 8.3ล้านตัน ส่วนที่จีนรักษาระดับใกล้เคียงเดิม ส่วนที่อินโดนีเซียอยู่ระหว่างรอการอนุมัติโควตาการผลิตจากรัฐบาลคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีก่อน โดยไตรมาส 1/2569 มีแผนผลิต 5.1ล้านตัน

สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) เติบโตด้วยสูตรสำเร็จ (Winning Formula) ที่ผสานธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) เพื่อส่งมอบพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ โดยคาดว่ามีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากหลังปิดดีลซื้อบริษัท Bedrock Production, LLC ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (Upstream) และธุรกิจกลางน้ำ (Midstream) ในแหล่งบาร์เนตต์ (Barnett) รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2568 ทำให้มีปริมาณการขายก๊าซรวม 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้น 6%

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการแสวงหาโอกาสการซื้อแหล่งก๊าซฯเพิ่มเติมในแหล่งบาร์เนตต์ รัฐเท็กซัส มีขนาดใกล้เคียง Bedrock ที่มีปริมาณสำรองก๊าซฯมีปริมาณสำรองก๊าซฯประมาณ 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่า (Tcfe) ขณะเดียวกันบริษัทรุกโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS)ในสหรัฐฯคาดว่าจะมีอีก 2โครงการที่จะCODในปีนี้ ทำให้บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในจีน คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3/2569 ขณะที่ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Iwate Tono ขนาด 58 เมกะวัตต์ชั่วโมงในญี่ปุ่น รวมถึงลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการ BESS ทั้งในออสเตรเลีย (โครงการ Wooreen และ Kerang) และสหรัฐฯ (โครงการ Megamouth) ทำให้ในปัจจุบันธุรกิจ BESS มีกำลังการผลิตรวม 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อรองรับAI และ Data Center โดยขณะนี้บริษัทศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมหรือซื้อกิจการ(M&A)โรงไฟฟ้าก๊าซฯในสหรัฐฯ และเอเชีย

ส่วนกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและเมกะเทรนด์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการนำเสนอโซลูชันพลังงานสำหรับลูกค้ารายย่อย ล่าสุดศึกษาความเป็นได้ในการลงทุนธุรกิจ Data Center


นายสินนท์ กล่าวว่า ภายหลังการอนุมัติธุรกรรมควบบริษัทจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา BANPU และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP จะดำเนินการควบบริษัทภายใต้ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด และคาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท การจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัท (Joint Shareholders’ Meeting) ภายในไตรมาส 2/2569 และจะนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3/2569

ทั้งนี้ บ้านปูกำหนดพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่ครบวงจรและสะอาดยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการสร้าง EBITDA ให้เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ภายในปี 2573