ผลิตไฟฟ้า แจงงผลประกอบปี68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,727 ล้านบาท ลดลง13%เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานรวมกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 7,082 ล้านบาท บอร์ดฯไฟเขียว จ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 3.25 บาท/หุ้น รวมปันผลทั้งปี 6.50 บาท/หุ้น
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน)หรือ EGCO เปิดเผยว่า ผลประกอบบริษัทในปี 2568 มีรายได้รวม 37,905 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 4,439 ล้านบาท ลดลง 52% หากรวมกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อยคิดเป็น 7,082 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,727 ล้านบาท ลดลง13%เมื่อเทียบจากปีก่อน
ปัจจัยสนับสนุนหลักของกำไรจากการดำเนินงานมาจากผลประกอบการที่โดดเด่นของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว โดยเฉพาะไซยะบุรี ซึ่งมีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำมาก และการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ การเข้าลงทุน 49% ในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2 แห่ง ในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle II กำลังผลิตรวม 251 เมกะวัตต์ และผลประกอบการที่โดดเด่นของ APEX ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งรับรู้รายได้จากการขายโครงการเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน บริษัทยังรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้า Risec ในสหรัฐอเมริกา และโรงไฟฟ้า Boco Rock Wind Farm ในออสเตรเลีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ (Asset Recycling)
กล่าวได้ว่า ปี2568 เป็นปีที่พิสูจน์ถึง Resilience หรือความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งของ EGCO ในการก้าวข้ามความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ ๆ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากการบริโภคของภาคเอกชนที่อ่อนแรง ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยรากฐานที่มั่นคงและการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ (Asset Recycling) ทำให้บริษัทรักษาระดับการเติบโตและสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 3.25 บาท/หุ้น หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม AGM ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 เมษายน 2569 จะทำให้ทั้งปี 2568 มียอดจ่ายเงินปันผลทั้งหมด 6.50 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนร้อยละ 5.26 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2569
นายธวัชชัย กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทจะขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” และแนวคิดหลัก “ONE EGCO ONE GOAL” มุ่งสร้างเป้าหมายแห่งการเติบโตร่วมกันเพื่อความยั่งยืนมั่นคงขององค์กร พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ และคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ได้แก่ การลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากอุปสงค์ของธุรกิจ Data Center และ AI การขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
ด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย การลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ (RE Big lot) รอบที่ 2 ตลอดจนการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยต่อยอดการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group ที่ได้เข้าไปลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง
“เชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO Group ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป” นายธวัชชัย กล่าว
ปัจจุบัน EGCO มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,844 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,545 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 23% ของกำลังผลิตทั้งหมด


