คมนาคม เตรียมเปิดผลสอบข้อเท็จจริงถนนสามเสนทรุด หน้ารพ.วชิระ สัปดาห์หน้า เผย 4 ปัจจัยกระตุ้น ด้านรฟม.ประเมินค่าเสียหายทะลุ 1 พันล้านบาทผู้รับเหมารับผิดชอบ กางแผนซ่อม มี.ค. 70 เริ่มคืนผิวจราจร 1 เลน สร้างกำแพงกันดินล้อมบล็อกทางน้ำ ก่อนซ่อมผนังสถานีใต้ดินจบใน ต.ค.70 ขีดเส้นไม่ขยายสัญญา
วันที่ 27 ก.พ. 2569 นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุพื้นถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล จุดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บริเวณ สถานีวชิรพยาบาล (PP19) ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ จะสรุปผลสอบสวนภายในสัปดาห์หน้า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้สภาวิศวกรและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ตรวจทานข้อมูลผลการสอบสวนอีกครั้ง หลังจากนั้นจะรายงานผลการสอบสวน ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและชี้แจงต่อสาธารณะต่อไป ทั้งนี้ ผลการสอบสวนจะไม่ได้ชี้ว่าใครผิดใครถูก จะเน้นไปที่การสืบหาข้อเท็จจริงมากกว่าเกิดจากอะไร
โดยข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนแนวโน้มชี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยพบว่า มีปัจจัย 4 ข้อที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดเหตุขึ้น ประกอบด้วย 1. น้ำที่รั่วจากท่อเมนใต้ดินของการประปา 2.บ่อพักสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ใต้ดิน 3.กำแพงที่จอดรถใต้ดินของวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นแนวปิดกั้นทางน้ำใต้ดิน และ 4.เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือน มี.ค. 2568 ซึ่งมีผลกระทบต่ออุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินตัวบนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยบริเวณดังกล่าว อุโมงค์ทางวิ่งรถไฟฟ้าออกแบบเป็นอุโมงค์ ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยอุโมงค์ตัวล่างก่อสร้างเสร็จแล้วนั้น ไม่พบการเคลื่อนตัวหรือได้มีผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า การซ่อมแซมถนนบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยังจำเป็นต้องใช้พื้นที่ให้เครื่องจักรทำงานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะสามารถคืนผิวจราจรถนนสามเสนหน้า รพ.วชิระให้สัญจรก่อน 1 ช่องทาง ในเดือนมี.ค. 2570 นี้ โดยมีการประเมินวิธีการซ่อมแซมหลายแบบ โดยวิเคราะห์ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ การทำกำแพงกันดินล้อมแนวอุโมงค์ เพื่อปิดทางน้ำที่จะเข้าไปในสถานีให้ได้ก่อน แล้วจึงจะค่อยซ่อมผนังอุโมงค์ที่เสียหาย
สำหรับบริเวณดังกล่าว เป็นส่วนโครงสร้างใต้ดิน ตัวสถานีและอุโมงค์ทางวิ่งรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งหน้าไปทางรัฐสภา ซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น ลึกประมาณ 40 เมตร ขณะที่ภายในตัวสถานีมีน้ำเติมเข้าไปเต็ม โดยแผนงาน ในเฟสแรก จะทำกำแพงกันดินชุดแรก ยาวจากตัวสถานีออกมาประมาณ 15 เมตรก่อน เพื่อปิดล้อมพื้นที่ เสร็จในเดือนเม.ย. 2569 และเดือนพ.ค. 2569 จะเริ่มสูบน้ำออกจากสถานี จากนั้นถึงจะเริ่มเข้าไปซ่อมแซมผนังอุโมงค์ในตัวสถานีใต้ดิน รวมถึงเก็บชิ้นส่วนในสถานีที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นจะเป็นการทำงานในเฟส 2 โดยทำกำแพงกันดินต่อออกไปอีก 30 เมตร คาดจะแล้วเสร็จปลายปี 69 นี้ โดยพื้นที่ก่อสร้างกำแพงกันดิน อยู่ลึกลงไปประมาณ 40 เมตรจากพื้นดิน ส่วนการก่อสร้างที่ทำการ สน.สามเสนแห่งใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570
@ประเมินค่าเสียหายทะลุ 1 พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินค่าใช้จ่ายค่าซ่อมแซมไว้จำนวนเท่าไร และเมื่อมีเนื้องานก่อสร้างเพิ่มขึ้น จะกระทบกับระยะเวลาก่อสร้างหรือไม่ รฟม.ยืนยันว่า การซ่อมแซมมีงานเพิ่มหลายส่วน แต่คาดว่าจะเสร็จทันตามกรอบเวลาเดิมภายในเดือน ต.ค. 2570 ส่วนค่าซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น เป็นภาระของผู้รับเหมา ประเมินเบื้องต้นมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งผู้รับจ้างสามารถเคลมกับบริษัทประกันได้
อย่างไรก็ตาม รฟม.ได้สำรวจแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินประเมินได้ว่า จุดบริเวณถนนสามเสน ที่เกิดเหตุมีปัจจัยเฉพาะจุด โดยสัญญาที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงเตาปูน - หอสมุดแห่งชาติ มีระยะทางประมาณ 4.8 กิโลเมตร มี CKST-PL JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 19,430 ล้านบาท


