ราช กรุ๊ป เผยแผนดำเนินงานในปี69เน้นลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งขยายสู่โครงการเชื้อเพลิงหลักที่อยู่ในแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยจะเข้าซื้อหุ้นโครงการที่ดำเนินงานอยู่แล้ว และลงทุนพลังงานในอนาคตทั้ง SAF ไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียว รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ บอร์ดฯอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 68ที่หุ้นละ 1.60บาท หลังโชว์กำไร 6,220 ล้านบาท
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่าแผนการดำเนินธุรกิจในปี2569 บริษัทฯ มีแผนลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยการลงทุนในระยะสั้นและระยะกลาง นอกจากโครงการพลังงานทดแทนแล้ว บริษัทฯ ได้พิจารณาโครงการเชื้อเพลิงหลักที่อยู่ในแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นลำดับ ควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยจะใช้วิธีเข้าซื้อหุ้นโครงการที่ดำเนินงานอยู่แล้วเป็นหลัก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาและลงทุนเกี่ยวกับพลังงานในอนาคต ได้แก่ เชื้อเพลิงอากาศยานอย่างยั่งยืน ไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียว รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมทรัพยากรทั้งด้านการเงินและบุคลากรไว้พร้อมสรรพเต็มที่ ทำให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของปีนี้จะยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคงและสามารถสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนต่อไป
นายนิทัศน์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้รวม จำนวน 35,919 ล้านบาท มีรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า จำนวน 33,641 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 94 ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก จำนวน 28,542 บาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จำนวน 5,099 บาท ส่วนกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและอื่นๆ สามารถสร้างรายได้ในปีนี้ เป็นจำนวน 2,278 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6 ของรายได้รวม และมีกำไรสุทธิ จำนวน 6,220 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 15,322 ล้านบาท
นายนิทัศน์ กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยทำกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 เทียบกับปี 2567 และเป็นการก้าวผ่านความท้าทายจากผลกระทบของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีที่หยุดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าครบอายุเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี กำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,175 เมกะวัตต์ ยังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ยังได้มุ่งเน้นที่การบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ใช้ขับเคลื่อนเพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตขององค์กร ซึ่งปรากฏผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมสะท้อนได้จากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายการผลิต (Equivalent Availability Factor) โรงไฟฟ้าหลักของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในระดับร้อยละ 90 อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับทิศทางกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯ
สำหรับฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 238,004 ล้านบาท หนี้สินรวม 130,357 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 107,646 ล้านบาท สำหรับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ร้อยละ 10.75 และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน อยู่ที่ 1.21 เท่า
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติเงินปันผลประจำปี 2568 สำหรับผู้ถือหุ้นที่ 1.60บาทต่อหุ้น เป็นเงินจำนวน 3,480 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 55.94 ของกำไรปี 2568 โดยจะนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติในวันที่ 23 เมษายน 2569 และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก (งวดเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568) จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นละ 0.80 บาท จึงคงเหลือเงินปันผล จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็น 0.80 บาทต่อหุ้น ที่จะดำเนินการจ่ายภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้


