สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัวร้อยละ 1.46 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ที่ขยายตัว ต่อเนื่องเพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการในหลายอุตสาหกรรม คาดแนวโน้มปี 2569 MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 1.5 – 2.5
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัวร้อยละ 1.46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 60.07 เนื่องจากการผลิตรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ รวมถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยก่อนการเลือกตั้งจะมีกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ซึ่งไปกระตุ้นภาคการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตป้ายและสิ่งพิมพ์ เสื้อผ้า อาหารเครื่องดื่ม ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมกระดาษ สิ่งพิมพ์ แผ่นไม้ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
สำหรับปัจจัยที่กดดันภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2569 ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องส่งผลให้รายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกลดลง ประกอบกับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อไก่ปรุงรส เนื้อไก่แช่แข็ง แฮม และรองเท้า เป็นต้น รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ยังมีความตึงเครียด และนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน
ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 “ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” โดยปัจจัยต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว ตามทิศทางการส่งออกสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นในตลาดจีนและออสเตรเลีย รวมทั้งภาคการผลิตของอาเซียน และสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นมาได้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องเฝ้าระวัง จากความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การนำเข้าในกลุ่มสินค้าทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าเครื่องจักรที่ขยายตัว
“สำหรับแนวโน้มปี 2569 สศอ. ประมาณการว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และ GDP ภาคอุตสาหกรรมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.5 – 2.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และทิศทางการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน ของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด” นายศุภกิจ กล่าว
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันปาล์ม ยานยนต์ ส่วนอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนมกราคม 2569 ได้แก่ น้ำตาล ปุ๋ยเคมีและสารประกอบไนโตรเจน ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ


