xs
xsm
sm
md
lg

คืบหน้า 20%! ถนนสายแยก ทล.11 - ทล.1 "จ.ลำปาง" งบกว่า 678 ล้าน เสร็จกลางปี 70 ช่วยแยกรถบรรทุกเลี่ยงเข้าเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้างถนนสายแยก ทล.11 - ทล.1 ลำปาง (ตอนที่ 1) งบ 678 ล้านบาท คืบหน้าไปแล้วกว่า 20% คาดว่าจะเสร็จกลางปี 2570 เชื่อมโครงข่ายคมนาคมขนส่งภาคเหนือ ยกระดับการเดินทางสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้า

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.11 - ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) ระยะทางรวม 5.400 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างสะพาน จำนวน 3 แห่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 678.900 ล้านบาท
ภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 20 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในกลางปี 2570

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างในขั้นตอนของงานดินถมคันทาง งานโครงสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ บริเวณ กม.ที่ 0+388.528 ถึง กม.ที่ 0+968.528 รวมไปถึงงานท่อเหลี่ยม งานท่อกลมคอนกรีตเสริมเหล็ก


โดยรายละเอียดการก่อสร้างแบ่งได้ ดังนี้

- จุดเริ่มต้นโครงการบริเวณช่วง กม.ที่ 0+000 (เชื่อมกับ ทล.11 ตอน ลำปาง - เชียงใหม่ บริเวณ กม.ที่ 466+075 ด้านขวาทาง) ถึง กม.ที่ 0+390 รวมระยะทาง 0.390 กิโลเมตร

- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณช่วง กม.ที่ 0+970 ถึง กม.ที่ 2+610 และบริเวณช่วง กม.ที่ 3+186 ถึง กม.ที่ 5+160 รวมระยะทาง 3.614 กิโลเมตร

- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 8 - 10 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 2+610 ถึง กม.ที่ 3+186 (ตัด ทล.1039 กม.ที่ 6+442.674) รวมระยะทาง 0.576 กิโลเมตร

- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 5+160 ถึง กม.ที่ 5+400 (ตัด ทล.1157 บริเวณ กม.ที่ 2+245) รวมระยะทาง 0.240 กิโลเมตร
- บริเวณ กม.ที่ 0+676.528 ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ขนาด 4 ช่องจราจร ความยาวสะพานรวม 580 เมตร


โครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง สนับสนุนการพัฒนาเมืองลำปางสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้าและประตูเศรษฐกิจในการติดต่อเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในอนาคต

ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ นอกจากจะช่วยให้ภาคการขนส่งของภาคเหนือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนเมือง ลดระยะทางในการเดินทางจากเส้นทางผ่านเมืองที่ใช้ในปัจจุบันได้ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมไปถึงการแยกรถบรรทุกออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทางในชุมชนเมืองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย