Madame Louise ไม่ได้ถือกำเนิดจากแผนธุรกิจหรือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ซับซ้อน หากแต่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ชีวิต ความผิดหวัง ความทรงจำ และความตั้งใจที่ชัดเจนของ “หลุยส์ เตชะอุบล”
จากปัญหาผิวแพ้ง่าย สู่การค้นหาความสมดุลที่แท้จริง
ตั้งแต่จำความได้ ฉันเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายมาก สำหรับฉันแล้ว "ราคา" ไม่เคยเป็นปัญหา แต่“คุณภาพ” ต่างหากคือปัญหาใหญ่ ฉันเคยซื้อครีมที่ราคาแพงที่สุดมาใช้ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นความระคายเคือง ผิวแดง เป็นผื่น หรือเกิดสิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าในท้องตลาดมักจะแรงเกินไปจนทำลายเกราะป้องกันผิว หรือไม่ก็อ่อนโยนเกินไปจนล้างสิ่งสกปรกออกไม่หมด ครีมบำรุงบางตัวให้ความชุ่มชื้นไม่พอ บางตัวก็หนักเกินไปจนอุดตัน ผิวของฉันไม่เคยสัมผัสกับคำว่า “ความสมดุล” อย่างแท้จริง
ความทรงจำหนึ่งที่ติดอยู่ในใจเสมอมา คือตอนอายุประมาณสิบขวบ ฉันเคยเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า ตอนนั้นคุณยายใช้“ดอกบัวหิมะ” ทาบริเวณแผล ปรากฏว่าแผลหายดีและไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลย
กระทั่งในช่วงวิกฤตโควิด การต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาทำให้ผิวของฉันเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนแพทย์ต้องให้ใช้สเตียรอยด์ วินาทีที่มองกระจก ฉันรู้สึกหมดหวังและนึกถึงดอกบัวหิมะของคุณยายขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดส่วนใหญ่มักผสมสารเคมีมากมาย ฉันโหยหาความบริสุทธิ์แบบที่เคยรู้จัก จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ฉันลงมือพัฒนาสูตรของตัวเอง
ผลิตภัณฑ์ที่กล้าส่งต่อให้คนที่รักที่สุด
ฉันเริ่มต้นจาก“คลีนเซอร์” เพราะการล้างหน้าคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของสุขภาพผิว แต่กลับเป็นขั้นตอนที่ทำให้ฉันแพ้บ่อยที่สุด ฉันต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะอาดหมดจดแต่ไม่ทำลายสมดุลผิว จากนั้นจึงพัฒนาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นพอดี เบาสบาย และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ฉันใช้เวลาหลายปีในการทดลองและปรับสูตร เพราะฉันเป็นคนใส่ใจรายละเอียดอย่างมาก ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดจะถูกปล่อยออกสู่ตลาดหากฉันยังไม่สามารถใช้กับตัวเองและลูก ๆ ได้อย่างมั่นใจ เราเริ่มต้นจาก“สบู่กลีเซอรีน” ที่ให้ฟองนุ่มฟู ปราศจากไขมันสัตว์ (Soap-free) ไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว เป็นผลิตภัณฑ์วีแกนจากธรรมชาติที่อ่อนโยนพอสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะฉันไม่ต้องการให้ลูก ๆ ต้องเติบโตมาโดยต้องทดลองผิดถูกกับผลิตภัณฑ์เหมือนที่ฉันเคยผ่านมา
"ช่วงโควิดให้เวลาฉันและความรู้สึกว่า ‘พอแล้ว’กับปัญหาเดิมๆคือจุดเริ่มต้นของ Madame Louise"
นิยามใหม่ของผู้หญิงวัย 40+: สุขภาพผิวไม่ใช่เรื่องของโชค
เมื่อสิบหรือยี่สิบปีก่อน ผู้หญิงวัยสี่สิบมักถูกมองว่าแก่ แต่แท้จริงแล้วพวกเธอเพียงแค่เหนื่อยล้าจากการทุ่มเทดูแลครอบครัวจนลืมดูแลตัวเอง แต่วันนี้ผู้หญิงเปลี่ยนไปแล้ว เราใส่ใจการออกกำลังกาย ผิวพรรณ และการพักผ่อน
หลายคนบอกว่าผิวดีเป็นเพราะพันธุกรรม แต่สำหรับฉันนั่นไม่ใช่ทั้งหมด ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้ชีวิตกลางคืน นอนหลับเพียงพอ เติบโตมากับการดูแลแบบแพทย์แผนจีน และทาครีมกันแดดตั้งแต่วัยเด็ก นิสัยเล็ก ๆ เหล่านี้คือการสะสมผลลัพธ์ในระยะยาว สุขภาพผิวไม่ใช่เรื่องของโชค แต่คือความสม่ำเสมอ
วัยแห่งการตกผลึก: คุณไม่ได้เสื่อมถอย แต่คุณกำลังพัฒนา
วัยสี่สิบไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือการยืนอย่างมั่นคง ผู้หญิงวันนี้มีทางเลือกมากขึ้น ประสบความสำเร็จในธุรกิจ และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แม้แรงกดดันจะเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การถูกจับจ้องว่าใครดูเด็กกว่า หรือใคร "หน้าสด" แล้วยังดูอ่อนเยาว์ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือเราให้คุณค่ากับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าคำวิจารณ์
สุขภาพผิวคือสุขภาพใจ เมื่อผิวดี เราจะมีพลังอยากแต่งตัว อยากออกกำลังกาย และอยากทำงาน ร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังอายุสี่สิบ การดูแลเชิงป้องกันจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระดูก หัวใจ สมอง ฮอร์โมน หรือคอลลาเจน การเริ่มต้นก่อนเกิดปัญหาคือความฉลาด ไม่ใช่ความฟุ้งเฟ้อ
Madame Louise จึงไม่ใช่เพียงแบรนด์สกินแคร์ แต่คือวิถีชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ต้องการความจริงใจ ไม่ตามกระแส แต่เติบโตอย่างมั่นคงจากความเชื่อมั่นของผู้ใช้จริง
วัยสี่สิบคือช่วงเวลาที่เราเจอกับตัวตนที่ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องการการยืนยันจากใคร คุณไม่ได้กำลังเสื่อมถอย แต่คุณกำลังพัฒนา จงหล่อเลี้ยงตัวเองให้เหมาะสมกับช่วงเวลานี้ และก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นใจ


