ผู้จัดการรายวัน360 – “ลัคกี้ สุกี้” พุ่งทะยาน หลังซีอาร์จีเข้าถือหุ้น เตรียมผุดสาขาในเครือข่ายค้าปลีกเซ็นทรัล ปีนีปรับแผนลุยหนักกว่าเดิม ทุ่ม 500 ล้านบาท เปิดเพิ่มอีกกว่า 30 สาขา พร้อมบุกหัวเมืองใหญ่อีก 15 จังหวัด ดันรายได้ปีนี้ทะลุ 3,500 ล้านบาท เปิดตัวโมเดลใหม่ ลัคกี้ มารเช่ เดินหยิบอาหารได้เอง ลดFood Waste
นางสาวรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทฯวางแผนการลงทุนลัคกี้สุกี้อย่างเต็มที่ หลังจากที่ได้กลุ่มซีอาร์จี (บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด) เข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมถือหุ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้บริษัทได้มีการปรับแผนการลงทุนร่วมกับทางซีอาร์จีในเชิงรุกมากกว่าเดิม ปีนี้ตั้งงบลงทุนไว้รวมประมาณ 500 ล้านบาท จะเพิ่มอีก25-30 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ส่งผลให้ถึงสิ้นปีนี้จะมีสาขาทุกโมเดลรวมกัน 67-72 สาขา จากสิ้นปีที่แล้วที่ี่มีรวม 42 สาขา ซึ่งล่าสุดขณะนี้มี ลัคกี้สุกี้ 33 สาขา และลัคกี้บาร์บีคิว 12 สาขา โดยมีฐานข้อมูลสมาชิกลูกค้า ประมาณ 5 แสนราย
โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมมากกว่า 3,500 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว ( พ.ศ.2568 มี 42 สาขา ) ที่ทำได้ประมาณ 2,154 ล้านบาท เติบโตจากปี 2567ที่มี 20 สาขา ประมาณ 112.4% ที่ทำได้ 1,014 ล้านบาท เติบโต 148% มีกำไร 108 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดแบรนด์ลัคกี้ บาร์บีคิว ส่วนปี 2566 มี 6 สาขา รายได้ 409 ล้านบาท เติบโต 413% กำไร 46 ล้านบาท ส่วนปี 2565 เริ่มต้นธุรกิจมี 2 สาขา รายได้ 7 ล้านบาท กำไร 2.6 ล้านบาท
ทั้งนี้ภาพรวมตลาดสุกี้ชาบูในปี 2569 นี้ มองว่า ขนาดของตลาด คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 35,000 40,000 ล้านบาท เติบโต 5%-8%, ส่วนรูปแบบที่เติบโตดีนั้น ยังคงเป็นโมเดลบุฟเฟ่ต์ ที่เน้นความคุ้มค่าและมีเมนูที่ให้เลือกหลากหลาย, ขณะที่ช่องทางที่เป็นดีลิเวอรี่เริมเพิ่มขึ้น ส่วนการนั่งทานในร้านยังคงเป็นช่องทางหลัก , แต่มองว่าปีนี้ยังคงมีความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการเช่นเดิมเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และปัญหาแรงงาน อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นตลาดที่มีโอกาสจากการทำโปรโมชั่น และการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด และมีโมเดลใหม่ที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอด
ขณะที่มูลค่าตลาดร้านอาหารโดยรวมในปี2568 ประมาณ 657,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% แบ่งเป็นหลักๆเช่น ประเภทร้านอาหารบริการเต็มรูปแบบ มีมูลค่าตลาด 213,000 ล้านบาท เติบโต 2.9%, ประเภทร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด มูลค่า 93,000 ล้านบาท เติบโต 3.8%, ประเภทร้านอาหารข้างทาง มูลค่า 266,000 ล้านบาท เติบโต 6.8%
นายวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า ตลาดบุฟเฟ่ต์สุกี้คาดว่ายังคงเติบโตต่อเนื่องในปริมาณที่มากได้อีกไม่ต่ำกว่า5 ปี ก่อนที่จะเริ่มเติบโตที่ชะลอตัวลง
“ปีนี้ภาพรวมการแข่งขันในตลาดสุกี้บุฟเฟ่ต์ยังคงรุนแรง จากจำนวนผู้เล่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยไม่ได้พิจารณา “ราคา” เป็นปัจจัยเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ประสบการณ์ และความหลากหลายของเมนูมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว ที่มีความเข้าใจผู้บริโภคไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านรสนิยม ความต้องการ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตั้งราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมอบคุณค่าโดยรวมที่ตอบโจทย์ในระยะยาว” นายวิรัตน์ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนของลัคกี้ สุกี้ ปีนี้่คือ
1.ยกระดับสินค้าและคุณภาพ เพิ่มเมนูใหม่และเมนูพรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่าและความคุ้มค่า
2. ตอกย้ำความคุ้มค่าและการเข้าถึงง่าย ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลและโปรโมชั่นกระตุ้นการซื้อซ้ำ
3. ขยายยอดขายทุกช่องทาง เพิ่มประสิทธิภาพทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี่
4. บริหารต้นทุนและมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ระบบงาน และการบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
โดยยังคงให้ความสำคัญกับทำเล Community Mall ซึ่งสามารถสร้างทราฟฟิกลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ โดยการขยายธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งการคัดเลือกทำเล ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการดำเนินงาน และการขยายสาขาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงยึดแนวคิด “เติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการขยายอย่างรวดเร็ว” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
“ซีอาร์จี ถือเป็นพันธมิตรที่ดี เขาอยู่ในธุรกิจอาหารมานาน มีความเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้มากมาย มีระบบนิเวศน์ด้านอาหารที่สมบูรณ์ ส่วนเราเองก็เชี่ยวชาญด้านตลาดบุฟเฟ่ต์สุกี้อยู่แล้ว เราทำงานร่วมกันได้ดี เค้าช่วยสนับสนุนเราได้หลายอย่าง เช่น
งานระบบจัดการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เรื้องวัตถุดิบ ตอนนี้ก็เพิ่งเริ่มๆรวมกัน อนาคตก็เป็นไปได้ว่าจะมีการสั่งซื้อวัตถุดิบรวมกันในบางอย่างที่ทำได้”
ปีนี้ลัคกี้ สุกี้จะขยายตลาดต่างจังหวัดใหม่ๆมากกว่า 15 จังหวัดจากเดิมที่มีประมาณ `10 กว่าจังหวัดแล้วในภาคกลางเป็นหลัก ที่สำคัญจะเริ่มเห็นการที่เราเข้าไปเปิดในเครือข่ายค้าปลีกของเครือเซ็นทรัลได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมเรามีก่อนแล้วที่เซ็นทรัลมหาชัยเปิดกลางปีที่แล้ว และ ที่เซ็นทรัลจันทบุรีซึ่งมีการติดต่อกันก่อนแล้วก่อนที่่ซีอาร์จีจะเข้ามาถือหุ้นแต่ว่าพึ่งจะได้พื้นที่และมาเปิดตอนต้นปีนี้พอดี
ล่าสุดได้เปิดตัวโมเดลร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ ลัคกี้ มาร์เช่ (Lucky Marché) ร้านรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดแบรนด์ให้ก้าวไกลกว่าร้านสุกี้แบบเดิม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลาย ความสนุก และอิสระในการเลือก เสมือนการเดินตลาดคุณภาพ (Marché) ภายใต้ Food Market Experience ที่รวมสุกี้ วัตถุดิบและเมนูพิเศษไว้ในพื้นที่เดียว ซึ่งความแตกต่างของ ลัคกี้ มาร์เช่ ไม่ได้อยู่เพียงการออกแบบร้าน แต่คือประสบการณ์ของลูกค้า ตั้งแต่การเลือกอาหารอย่างอิสระด้วยการเดินหยิบเอง โซนเมนูและวัตถุดิบที่หลากหลาย ไปจนถึงการออกแบบ Flow ร้านที่ช่วยลดเวลารอ เพิ่มความสะดวกและคล่องตัว
คอนเซ็ปต์ใหม่นี้เพิ่มทางเลือกมากขึ้น อาทิ เครื่องดื่มสลัชชี่จาก 3 เป็น 6 รายการ ของทานเล่นจาก 6 เป็น 9 รายการ พร้อมเตรียมเปิดตัวเมนูพิเศษเฉพาะสาขาในอนาคต โดยยังคงฐานลูกค้าหลักเดิม ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่
สำหรับบทบาทของ ลัคกี้ มาร์เช่ ในอนาคต จะทำหน้าที่เป็นโมเดลร้านรูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีใครทำในตลาดปัจจุบัน โดยการขยายสาขาจะพิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก เน้นทำเล Community Mall ที่มีพื้นที่กระชับ เพื่อให้ลูกค้าเดินเลือกอาหารได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ได้เปิดลัคกี้ มาร์เช่ สาขาแรกที่ ตลาดอมรพันธ์ุ ย่านเกษตร ลงทุน 20 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 700 ตารางเมตร เพราะต้องใช้พื้นที่วางอาหารมากกว่าร้านแบบออริจินัลเดิม ที่มีขนาดประมาณ 400 ตารางเมตร สาเหตุที่เปิดที่นี่เพราะใกล้สถานศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งถือเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ คนรุ่นใหม่ที่ชอบการเดินเลือกอาหารเอง
จุดดีอีกประการของโมเดล คือ การลดการสูญเสียปริมาณอาหารหรือ Food Waste ได้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้าสามารถเลือกประเภท และปริมาณได้เองตามที่ต้องการว่าจะทานอะไร ไม่ทานอะไร เอามากน้อยแค่ไหน จากเดิมที่บางครั้งมีวัตถุดิบอหลายอย่างรวมกันอยู่ในจานเดียว ลูกค้าก็ไม่ได้ทานทุกอย่าง ไม่ได้ทานหมด เหลือทิ้งขว้าง หรือบางจานมีปริมาณมากเกินไป ลูกค้าก็ทานไม่หมด เพราะเป็นการสั่งผ่านคิวอาร์โค้ด ในราคาบุฟเฟ่ต์เท่าเดิม และระยะเวลาทานเท่าเดิม
สำหรับแผนขยาย ลัคกี้ มาร์เช่ มองไว้อีกประมาณ 10 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งสาขาที่สองจะเปิดที่่วีสแควร์ นครสวรรค์ และสาขา3 กับ 4 ทยอยเปิดในเดือนนี้เดือนหน้า


