xs
xsm
sm
md
lg

"มากุโระ” ส่ง “อิปเปะ คปเปะ” ลุยตลาดข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น คว้าไคเต็นชิงซูชิสายพาน 8พันล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน 360 – “มากุโระ” แรงไม่หยุดปี69 ทุ่ม 300 ล้านบาทขยายอีก 20 สาขารวม พร้อมเปิดตัวอาหารญี่ปุ่นท็อปฮิตอีก 3 แบรนด์ปีนี้ นำร่องคว้า ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ บุกซูชิสายพานพรีเมียมชิงตลาด 8.5 พันล้านบาท ส่วนอีกแบรนด์คือ IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่น ซุ่มเงียบปลายปีเปิดตัวอีกแบรนด์ หวังดันยอดรวมปีนี้โต 30%


นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า ในปี2569 บริษัทจะเปิดตัวร้านอาหารอีก 3 แบรนด์ใหม่คือ 1. Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Groupของญี่ปุ่น และ 2. IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับจากญี่่ปุ่น ส่วนปลายปีจะเปิดตัวใหม่อีกแบรนด์ ขณะนี้เปิดเผยรายละเอียดได้

โดยปีนี้มีแผนลงทุนธุรกิจร้านอาหารต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณรวมมากกว่า 300 ล้านบาท เปิดเพิ่มอีก 20 สาขารวมแบรนด์ใหม่แบรนด์เก่า เพื่อสร้างการเติบโต และขยายกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายการเติบโตยอดขายรวม 30% จากปีที่แล้ว ที่ผลประกอบการล่าสุดที่เปิดเผยได้คือ งวด 9 เดือนแรก MAGURO มีรายได้รวม 1,389 ล้านบาท เติบโต 42% และมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีฐานสมาชิกรวมกว่า 300,000 ราย จากจำนวนสาขาสิ้นปีที่แล้วที่มีรวม 53 สาขา ส่วนสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 73 สาขา


ปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมดจำนวน 54 ร้าน จาก 8 แบรนด์ ได้แก่ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 20 ร้าน รวม MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่คอนเซ็ปคับโปะ ปีนี้เปิดอีก 4 สาขา, HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 16 ร้าน รวมร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course ปีนี้เปิดอีก 5 สาขา, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน, Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 7 ร้าน ปีนี้เปิดอีก 1 สาขา, CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน, Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม จำนวน 1 ร้าน ปีนี้เปิดอีก 3 สาขา, KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น จำนวน 2 ร้าน เปิดอีก 4สาขา, Chopman (ช็อปแมน) แบรนด์ข้าวมันไก่คราฟต์ ที่ให้บริการในรูปแบบเฉพาะผ่านเดลิเวอรี บนแพลตฟอร์ม GRAB และ LINEMAN โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน มกราคม 2569 ที่ผ่านมา และที่เหลือเป็นแบรนด์ใหม่

อย่างไรก็ตาม ฐานลูกค้าหลักยังคงเป็นคนไทยมากกว่า80% ในสาขาใจกลางเมือง ส่วนชานเมืองแทบจะเป็นคนไทย 100% ซึ่งสาขาอยู่ในกรุงเทพเป็นหลัก แต่ปีนี้จะเริ่มมองการลงทุนในตลาดจังหวัดบ้างเน้นจังหวัดท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ คาดว่าจะนำไปเปิดแบบหลายแบรนด์รวมกัน

ทั้งนี้กลยุทธ์ธุรกิจเน้น 4 แนวทางหลักคือ 1.สร้างการเติบโตยอดขายจากสาขาเดิมด้วยการออกเมนูใหม่ การจัดทำแคมเปญ การทำซีอาร์เอ็ม การหาลูกค้าใหม่ๆ , 2. การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อขยายโอการและกลุ่มเป้าหมายใหม้กว้างขึ้น ซึ่งจะเน้นอาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยเน้นแบรนด์ใหม่ต้องเป็นแบรนด์อาหารที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่ยอดนิยมในญี่่ปุ่น ติดอันดับต้นๆของตลาด เช่นที่บริษัทได้รับแฟรนไชส์มาก่อนหน้าหลายแบรนด์, 3.การขยายสาขาของแบรนด์เดิมต่อเนื่อง และ 4. การทำธุรกิจโดยยึดหลัก ESG 


สำหรับ 2 แบรนด์ใหม่นี้ นายจักรกฤติ กล่าวว่า แบรนด์ Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ระดับโลก ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปสักครั้ง (Food Destination) เมื่อท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะสายซูชิเลิฟเวอร์ ซึ่งจุดเด่นสำคัญ คือ “คุณภาพของวัตถุดิบ ระดับพรีเมียม” ที่นับว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์ มื้ออาหารของร้านซูชิสายพาน ให้เทียบเท่าร้าน โอมากาเสะ (Omakase) ในราคาที่เข้าถึงได้ ทานได้บ่อยๆ และมีอิสระในการควบคุมงบประมาณ ในมื้อนั้นๆ

โดยมีกำหนดเปิดให้บริการสาขาแรกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็น สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทำเลที่่แบรนด์นี้จะเปิดคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับเอลิสต์

“ตลาดซูชิสายพานในไทยกำลังเป็นตลาดที่เร่ิ่มเติบโตรอบที่สอง ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านม าแบรนด์ใหญ่ซูิสายพานจากญี่ปุ่นเข้ามาเปิดในไทย มูลค่าตลาดซูชิสายพานตอนนั้นแต่ 500 กว่าล้านบาท แตไม่กี่ปีต่อมามีซูชิสายพานญี่ปุ่นแบรนด์ใหญ่เข้ามาอีก 3-4 แบรนด์ ทำให้ตอนนี้มูลค่ารวมซูชิสายพานอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาทแล้ว”

อีกแบรนด์คือ IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึที่บริษัทได้แฟรนไชส์มาแล้วก่อนหน้า โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ ญี่ปุ่นทั่วไป ด้วยการพิถีพิถันปรุงเมนูแกงกะหรี่สำหรับรับประทานคู่กับเมนูทงคัตสึเพื่อยกระดับรสชาติ ให้ดีที่สุด โดยเป็นร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569