กทพ.รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing)สรุปผลการศึกษา ”ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย” วงเงิน 7.4 หมื่นล้านบาท คาดเสนอบอร์ดกทพ.และครม.ในปี 69-70 ผู้ว่าฯกทพ.ยอมรับผลตอบแทนต่ำ อาจรวมแพคเกจ PPP"ทางด่วน-ที่พักริมทาง"รัฐลงทุนโยธา คาดเริ่มสร้างปี 72 เปิดปี 76
วันที่ 19 ก.พ. 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่ นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โดยมีผู้แทนหนวยงานรัฐและภาคเอกชนให้ความสนใจร่วมเข้าการประชุมประมาณ 200 คน
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าฯกทพ. กล่าวว่า กทพ.ได้ดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชน 95% เห็นด้วยกับโครงการฯ วันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ.และคระรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการภายในปี 2569-2570 และคาดว่าจะเริ่มออก พ.ร.ฎ.เวนคินที่ดินและเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2571-2572 ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2576
ทั้งนี้ ผลการศึกษาโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงการ 63,275 ล้านบาท (แบ่งเป็น ค่างานโยธาประมาณ 62,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่างานระบบ) ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ(O&M) 7,559ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 30 ปี
โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 15.58 และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) ร้อยละ -0.31 ซึ่งค่อนข้างต่ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้องมีการประเมินความสนใจนักลงทุนด้วย และเป็นไปได้ว่าภาครัฐอาจต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนด้านงานโยธา เพื่อเพิ่มผลตอบแทนด้านการเงินให้โครงการ ซึ่งเอกชนจะสนใจลงทุนผลตอบแทน FIRR ควรมากกว่า 10% ส่วนแหล่งเงินของภาครัฐจะเป็นรูปแบบไหน จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณต่อไป
ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้นำเสนอการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) 2 รูปแบบ ได้แก่ PPP1 รัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชน รับผิดชอบก่อสร้างงานโยธา ก่อสร้างงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษา และรูปแบบบ PPP 2 โดยรัฐ รับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และก่อสร้างงานโยธา ส่วนเอกชน รับผิดชอบ งานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษา ตลอดระยเวลา 30 ปี
“โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุยรูปแบบการลงทุนเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ภาครัฐลงทุนงานโยธาเอกชนลงทุนงานระบบ ซึ่งทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า–ออกเกาะสมุยมีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน โครงการรองรับประชาชนในพื้นที่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่มีรายได้ให้ประเทศมากกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท เทียบกับเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาทสามารถเชื่อมการเดินทางได้สะดวก ในระยะ 30 ปีคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ”
ผู้ว่าฯกทพ.กล่าวว่า โครงการนี้มีความยาก 2 เรื่องคือ ค่าลงทุนที่สูงหากให้เอกชนมาร่วมลงทุน นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะรวมแพคเกจโครงการทางด่วนกับที่พักริมทาง (Rest Area) ที่มี 1 แห่ง บนฝั่งแผ่นดิน ประเมินค่าใช้จ่ายตลอด 30 ปี 441 ล้านบาท มีรายได้ประมาณ 878 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน FIRR ที่ 3.69%
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการขอใช้พื้นที่กรมป่าไม้ กรมอุทยาน กองทัพเรือ และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการดูแลสัตว์น้ำ ประการัง ซึ่งมีแผนระหว่างก่อสร้าง เช่น เพิ่มระยะห่างของตอม่อเสาสะพานเลี่ยงแนวประการัง ส่วนโลมาสีชมพู ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยเป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์มและผ่านอ่าวประทับแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร
โดยมีการออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กทพ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง


