การเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้รถในปัจจุบัน หลายคนอาจสงสัยว่าประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร ทำไมได้รับความนิยมอย่างสูง บทความนี้จะมาเจาะลึกความคุ้มครองประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร สัดส่วนราคา และความแตกต่างที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการได้คุ้มค่าที่สุด
ประกันรถยนต์ 2+ ทางเลือกที่คุ้มค่าในราคาประหยัด
ก่อนทำความเข้าใจว่าประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร มาทำความรู้จักประกันชั้น 2+ กันก่อนดีกว่า โดยประกันภัย 2+ คือรูปแบบความคุ้มครองที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปิดช่องว่างระหว่างประกันชั้น 1 และชั้น 2 โดยมีการเพิ่มความคุ้มครองในส่วนของการซ่อมแซมรถคันที่เอาประกันภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก ประกันประเภทนี้จึงได้รับความนิยมสูงสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความอุ่นใจใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่ต้องการจ่ายค่าเบี้ยประกันในราคาที่ย่อมเยาลงมา
จุดเด่นของประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมเหตุการณ์สำคัญอย่างครบถ้วน ได้แก่
•บริษัทประกันภัยจะชดเชยค่าเสียหายตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์หากรถยนต์ถูกโจรกรรมหรือเกิดเหตุเพลิงไหม้
•ให้ความคุ้มครองค่าซ่อมแซมเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกับยานพาหนะทางบก
•ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี
•รวมค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมถึงการวางหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
เบี้ยประกันภัยสำหรับชั้น 2+ มีระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 7,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เลือก รุ่นรถยนต์ และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัทประกันภัย
ประกันรถยนต์ 3+ ทางเลือกประกันรถยนต์งบประหยัด
ประกัน 3+ คือกรมธรรม์ที่ยกระดับความคุ้มครองขึ้นมาจากประกันชั้น 3 รูปแบบปกติ โดยเพิ่มเงื่อนไขการซ่อมแซมรถคันเอาประกันภัยเข้าไปด้วย เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่องค่าซ่อมรถของตนเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดสำคัญคือการเคลมซ่อมรถคันเอาประกันจะทำได้ต่อเมื่อเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง? ประกันรถยนต์ชั้น 3+ มุ่งเน้นไปที่การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดความคุ้มครองดังนี้
•ให้ความคุ้มครองค่าซ่อมแซมทั้งสองฝ่าย เฉพาะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนรถและสามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน
•รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน รวมถึงชีวิตและร่างกายของคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกตามวงเงินที่ระบุ
•ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงเงินชดเชยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและการประกันตัวในคดีอาญา
สำหรับผู้ที่มองหาประกันที่มีวงเงินซ่อมรถตนเองในราคาที่สบายกระเป๋าที่สุด ประกันชั้น 3+ คือคำตอบที่ชัดเจน โดยราคาเริ่มต้นมักจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 ถึง 6,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับการเลือกทุนประกันและแพ็กเกจของแต่ละบริษัทประกันภัย
ประกัน 2+ กับ 3+ เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้งาน
การตัดสินใจเลือกระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 2+ และชั้น 3+ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถหลายท่านให้ความสำคัญ เนื่องจากทั้งสองประเภทมีลักษณะความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกันในหลายด้าน แต่มีความแตกต่างในรายละเอียดเชิงลึกที่ส่งผลต่อระดับความอุ่นใจและภาระค่าเบี้ยประกันภัย โดยมีจุดเปรียบเทียบสำคัญดังนี้
• การคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ : ประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงกรณีรถยนต์สูญหายจากการโจรกรรมหรือความเสียหายจากเพลิงไหม้ ในขณะที่ประกันชั้น 3+ จะไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้เลย
• ระดับราคาเบี้ยประกันภัย : ประกันชั้น 3+ จะมีเบี้ยประกันที่ย่อมเยากว่าชั้น 2+ เนื่องจากขอบเขตความคุ้มครองที่น้อยกว่า แต่ในปัจจุบันบางบริษัทประกันอาจมีการทำโปรโมชั่นที่ทำให้ราคาของทั้งสองประเภทใกล้เคียงกันมาก
• เงื่อนไขการซ่อมแซมรถคันเอาประกัน : ทั้งสองประเภทมีเงื่อนไขที่เหมือนกันคือ จะได้รับสิทธิ์ซ่อมรถของตนเองต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุ "รถชนรถ" หรืออุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี
• ความสะดวกในการทำประกันและการตรวจสภาพ: ประกันชั้น 3+ ส่วนใหญ่มักไม่มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจสภาพรถก่อนเริ่มความคุ้มครอง ทำให้ขั้นตอนการสมัครมีความสะดวกรวดเร็วและเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้มาก
ประกัน 2+ กับ 3+ เหมาะกับใคร เลือกที่ใช่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้รถ
เมื่อรู้แล้วว่าประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร การเลือกประเภทประกันภัยที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและความกังวลของผู้ขับขี่เป็นหลัก
ประกันชั้น 2+ เหมาะกับผู้ที่ต้องจอดรถในพื้นที่สาธารณะหรืออยู่อาศัยในเขตที่มีความเสี่ยงด้านการโจรกรรมและอัคคีภัย รวมถึงผู้ที่ใช้งานรถเป็นประจำแต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันจากชั้น 1 โดยยังคงต้องการความอุ่นใจในกรณีรถหายหรือไฟไหม้
ส่วนประกันชั้น 3+ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มเจ้าของรถที่มีอายุการใช้งานหลายปี หรือรถที่เน้นจอดในที่ปลอดภัยอย่างที่พักอาศัยส่วนตัวเป็นหลักและมั่นใจว่าความเสี่ยงด้านรถหายมีน้อย เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมรถทั้งของตนเองและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุดภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองที่จำเป็น
ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
ทั้งประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างมีจุดเด่นที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถามว่าประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร? ความแตกต่างสำคัญจะอยู่ที่ความคุ้มครองด้านรถหายและไฟไหม้ ดังนั้นการพิจารณาความเสี่ยงรอบด้านร่วมกับงบประมาณที่มีจะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่สมดุลและสร้างความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง
หากต้องการตัวเลือกที่หลากหลาย SILKSPAN พร้อมให้บริการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากบริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 30 แห่ง เพื่อให้ได้กรมธรรม์ที่ตรงใจและคุ้มค่าที่สุด พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาครบวงจรด้วยประสบการณ์กว่า 26 ปี ครอบคลุมบริการทุกจังหวัดทั่วไทย สะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ในทุกขั้นตอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
• Facebook : SILKSPAN
• Instagram : silkspan
• Line Official : @SILKSPAN
• X (twitter) : SILKSPAN
• Youtube : SILKSPAN
• TikTok : silkspan


