xs
xsm
sm
md
lg

GPSC ชี้ร่วมทุนโรงไฟฟ้า SMR ชัดเจนปี 69 ลุยรุกธุรกิจ Data Center ในไทย-อินเดีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



GPSC แย้มอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนโรงไฟฟ้า SMR ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศ คาดว่าปี 69 ได้ข้อสรุปเพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในการลงทุน SMR ในไทยในอนาคต รวมทั้งสยายปีกสู่ธุรกิจ Data Center ทั้งในไทยและอินเดีย เพื่อขายไฟฟ้าให้กลุ่ม Data Center และร่วมลงทุน ส่วนลาวเตรียมร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าพลังลม และเจรจาต่อสัมปทานและต่ออายุขายไฟฟ้าให้กฟผ.ในโครงการพลังน้ำห้วยเฮาะที่จะสิ้นสุดสัญญาขายไฟในปี 2571

นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยความคืบหน้าการลงทุนธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทั้งจีนและยุโรปเพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor : SMR) ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วในต่างประเทศ โดยบริษัทจะถือหุ้นสัดส่วนไม่มากหรือต่ำกว่า25% เพื่อศึกษาเทคโนโลยี SMR และเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2569

โรงไฟฟ้า SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างมีเสถียรภาพ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฯ สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับเดิม ได้กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า SMR รวม 600 เมกะวัตต์ในช่วงปี 2580 ซึ่งกำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว จากนั้นคาดว่าแผน PDP ฉบับใหม่ที่ขยายกรอบเวลา/ปสิ้นสุดปี 2593 จะเพิ่มสัดส่วน SMR มากขึ้น และเชื่อว่าจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าลงทุนโรงไฟฟ้า SMR ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเข้าลงทุนในธุรกิจ Data Center โดยโฟกัสทั้งในประเทศไทยและอินเดีย โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น บริษัทตะเป็นผู้ซัปพลายไฟฟ้าและเป็น Strategic Local Partner กับผู้พัฒนาData Center ซึ่งปัจจุบัน บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่หมดอายุหรือกำลังจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับทาง กฟผ. มาซัพพอร์ตกลุ่มลูกค้า Data Center ได้ อาทิ โรงไฟฟ้า GSPP 11 ขนาด 120 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า GIPP ขนาด 677 เมกะวัตต์ เป็นต้น ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่ม Data Center มาเจรจาแล้ว 6-7 ราย

ส่วนประเทศอินเดีย บริษัทจะเข้าไปลงทุนในรูปแบบแพลตฟอร์ม โดยจะเริ่มขนาดไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ และจะขยายเป็น 300 เมกะวัตต์ใน 3-5 ปีข้างหน้า


ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำบริษัท Avaada Energy Private Limited หรือ AEPL เป็นบริษัทในกลุ่มอวาด้า (Avaada Group) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในประเทศอินเดีย เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในปี 2570 เพื่อนำเงินมาขยายการลงทุนเพิ่มเติม

AEPL มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2.1 หมื่นเมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ว 6 พันเมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 7 พันเมกะวัตต์ และที่เหลือรอลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยปีนี้ AEPL จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มราว 1-1.4 พันเมกะวัตต์

โครงสร้างการถือหุ้นใน AEPL ประกอบด้วย GPSC ถือหุ้นส่วน 39.90% และ Avaada Venture Private Limited หรือ AVPL ถือหุ้นสัดส่วน 60.10%

นายศิริเมธกล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่สะหวันนะเขต สปป.ลาว ขนาดกำลังผลิตหลายร้อยเมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันทางพันธมิตร คือบริษัท โคเปนเฮเกน อินฟราสตัคเจอร์ พาร์ทเนอร์ส (CIP) อยู่ระหว่างวัดปริมาณลมในพื้นที่ บริษัทตั้งเป้าถือหุ้นในโครงการดังกล่าวมากกว่า 50%

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาต่อสัมปทานกับรัฐบาลลาว และเจรจาต่อสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) กับ กฟผ.ในโครงการพลังงานน้ำห้วยเฮาะ ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2572 คาดว่าปีนี้จะมีความชัดเจน