ลิฟท์บ้าน คือ ลิฟท์ขนาดเล็กสำหรับที่พักอาศัย ออกแบบให้ความปลอดภัยสูง ใช้พื้นที่น้อย ติดได้ทั้งบ้านสร้างใหม่หรือสร้างเสร็จแล้ว มักติดเพื่อผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ในบ้าน
ข้อมูล Google Trends ประเทศไทยสะท้อนว่า ความสนใจเรื่อง “ลิฟท์บ้าน” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยค่าเฉลี่ยรายปีจาก 8.2 จุดในปี 2010 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 73.8 จุดในปี 2025 และมีแนวโน้มระยะยาวเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจุดที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ คือ ลิฟท์ไม่ได้มีแค่ระบบสลิงที่ทุกคนคุ้นเคยกับการขึ้นลิฟท์ในห้าง หรือตึกสูงเท่านั้น แต่ยังมีหลายระบบที่ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งในบ้านจริง ๆ ซึ่งแต่ละระบบต้องการการเตรียมหน้างาน และการดูแลต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะช่วยแนะนำลิฟท์ระบบต่าง ๆ ให้กับคุณเพื่อสามารถตัดสินใจว่าลิฟท์ระบบไหนตอบโจทย์ที่สุด
ลิฟท์บ้านคืออะไร แตกต่างจากลิฟท์ทั่วไปอย่างไร
ลิฟท์บ้าน (Home Lift) คือ ระบบลิฟท์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในที่พักอาศัยโดยเฉพาะ เน้นออกแบบมาให้ใช้พื้นที่น้อยในการติดตั้ง หรือแม้แต่สามารถติดตั้งในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วได้ ซึ่งนั่นทำให้ลิฟท์บ้านหลายรุ่นจึงถูกพัฒนาให้ลดทอนบางอย่างออกไปจากลิฟท์ทั่วไป เช่น
● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ที่ใช้ติดตั้งบัฟเฟอร์หรือกันชน (Buffer) เพื่อลดแรงกระแทก และช่วยให้พื้นห้องโดยสารเสมอพื้นชั้นล่าง
● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นไม่ต้องมีห้องขับเคลื่อนหรือห้องเครื่อง สำหรับวางมอเตอร์และตู้ควบคุมแบบลิฟท์อาคาร รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นมาพร้อมปล่องสำเร็จรูป เพราะบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมปล่องปูนไว้ตั้งแต่แรก เมื่อต้องการติดตั้งภายหลังจึงทำได้ง่ายกว่า
ซึ่งนั่นทำให้การติดตั้งเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญลิฟท์ในบ้านไม่ได้จำเป็นต้องเป็นลิฟท์สลิงเสมอไป และไม่จำเป็นต้องขึ้น-ลงเร็วเท่าลิฟท์ในห้างหรือตึกสูง รวมถึงลิฟท์บ้านส่วนใหญ่รองรับน้ำหนักประมาณ 250-500 กก. ก็เพียงพอต่อการใช้งานในบ้านได้แล้ว
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง ลิฟท์บ้าน กับ ลิฟท์อาคารทั่วไป
ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้มีไว้เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างลิฟท์บ้านและลิฟท์อาคารทั่วไป เพื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าลิฟท์แบบไหนที่เหมาะกับคุณจริง ๆ ข้อมูลเหล่านี้อาจปรับเปลี่ยนไปตามรุ่นและแบรนด์ลิฟท์ของแต่ละบริษัท
แน่นอนว่า ลิฟท์บ้านอาจมีข้อจำกัดด้านความเร็วในการขึ้นลง แต่อย่าลืมว่า ลิฟท์ในบ้านไม่จำเป็นต้องเร็วเท่าลิฟท์ในอาคารเพราะไม่ได้มีความจำเป็นในการสัญจรของคน และส่วนใหญ่คนที่เลือกลิฟท์บ้านมักเน้นลิฟท์ที่สามารถติดตั้งในพื้นที่แคบหรือยาก ประหยัดพื้นที่ และที่สำคัญสามารถติดตั้งในบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
ลิฟท์บ้านมีกี่แบบและระบบไหนดีที่สุดสำหรับบ้าน
ก่อนตัดสินใจติดตั้งลิฟท์ คนส่วนใหญ่มักดูที่ราคาและดีไซน์ก่อน แต่สิ่งที่ส่งผลต่อ งานก่อสร้าง, ความปลอดภัย, การดูแลระยะยาว, และความเหมาะกับบ้าน มากที่สุดคือ ระบบลิฟท์ หรือ ระบบขับเคลื่อน ซึ่งระบบขับเคลื่อนที่นิยมและพบได้บ่อยในตลาด แบ่งได้ 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่1. ระบบลิฟท์สกรู (Screw driven lift systems)
2. ระบบลิฟท์ไฮโดรลิค (Hydraulic driven lift systems)
3. ระบบลิฟท์สลิง (Traction driven lift systems)
4. ระบบลิฟท์สูญญากาศ (Vacuum driven lift systems)
มาทำความรู้จักลิฟท์แต่ละระบบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกลิฟท์ที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของคุณ
1.ลิฟท์บ้านระบบสกรู (Screw driven lift systems)
ลิฟท์ระบบสกรู คือ ลิฟท์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Screw and Nut (สกรูและน็อต/แหวน) ซึ่งหลักการทำงานเรียบง่ายแต่มีความปลอดภัยสูง จุดเด่นคือช่วยลดการเตรียมหน้างานสำหรับการติดตั้งลิฟท์ได้มาก เช่น ไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ ไม่ต้องทำห้องเครื่อง และแบรนด์ลิฟท์บ้านอันดับ 1 ในไทยอย่าง ลิฟท์บ้านจาก Cibes Lift ก็มาพร้อมปล่องสำเร็จรูปทั้งแบบทึบและแบบกระจก ทำให้การติดตั้งลิฟท์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น ถ้าเป็นลิฟท์บ้าน 2 ชั้นของ Cibes จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันเท่านั้นในการติดตั้ง
ข้อดีของลิฟท์ระบบสกรู
● ปลอดภัยและควบคุมง่าย: ระบบขับเคลื่อนแบบ Screw and Nut เน้นความมั่นคง ทำให้หลายคนรู้สึกสบายใจกว่าเวลาเลือกใช้ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ
● ใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับบ้านจริง ๆ: เหมาะกับบ้านที่พื้นที่จำกัด หรือบ้านที่ไม่อยากเสียพื้นที่ใช้สอย เพราะแนวคิดของระบบสกรูคือเน้นความกะทัดรัด
● ติดตั้งง่าย ลดงานก่อสร้างใหญ่: ในหลายรูปแบบการติดตั้งของลิฟท์บ้านระบบสกรู จะไม่ต้องขุดบ่อ และ ไม่ต้องทำห้องเครื่อง ทำให้เตรียมหน้างานง่าย และลดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลาย
● เหมาะกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว: ถ้าไม่อยากทุบ ไม่เจาะเยอะ ระบบสกรูเป็นทางเลือกที่จัดการหน้างานง่ายกว่า ลดฝุ่น ลดความยุ่งยาก และลดการต้องประสานช่างหรือผู้รับเหมาหลายทีม
● ทำดีไซน์โปร่งได้ง่าย อย่างถ้าต้องการลิฟท์แก้วหรือลิฟท์ปล่องกระจกรอบด้าน ลิฟท์สกรูสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสกรู
● ความเร็วขึ้น-ลงจะเน้นที่พอดีสำหรับบ้านมากกว่าเร็วแบบอาคาร: ระบบสกรูหลายรุ่นออกแบบให้วิ่งแบบนุ่มและปลอดภัย จึงไม่ได้ทำความเร็วสูงเท่าลิฟท์โดยสารในตึก
● ราคาเริ่มต้นอาจสูงกว่าบางระบบ: อย่างลิฟท์ของ Cibes ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1,200,000 บาท แต่สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบ คือ “ราคาลิฟท์” vs “ค่าปรับโครงสร้างบ้าน + ความเสี่ยงงบบานปลายหน้างาน + ค่าใช้จ่ายระยะยาว” เพราะระบบสกรูช่วยลดงาน
ก่อสร้างหนักในหลายเคส ทำให้ภาพรวมคุมงบง่ายกว่า
ถ้าคุณกำลังหาลิฟท์บ้าน 2 ชั้น แต่ไม่เกิน 6 ชั้นที่เน้นความปลอดภัย ติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่ ลิฟท์ระบบสกรูเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ
2.ลิฟท์บ้านระบบไฮโดรลิค (Hydraulic driven lift systems)
ลิฟท์ระบบไฮโดรลิค คือ ระบบลิฟท์ที่ใช้แรงดันของเหลว (ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นน้ำมันไฮโดรลิค) ส่งแรงไปยังกระบอกสูบเพื่อยกตู้โดยสารขึ้น-ลง โดยหลักการเคลื่อนที่ของระบบนี้มีรากฐานมาจากงานอุตสาหกรรมมาก่อน (เช่น การยกรถในอู่ / ยกของหนักในโรงงาน) แล้วจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้กับลิฟท์สำหรับคนในภายหลัง
ข้อดีของลิฟท์ระบบไฮโดรลิค
● ยกน้ำหนักได้ดี เหมาะกับงานหนัก: โดยธรรมชาติของระบบที่ใช้แรงดันของเหลวและกระบอกสูบ ทำให้รองรับงานที่ต้องการแรงยกได้ดี เหมาะกับบ้านที่เน้นการขนของ หรืออาคารที่ต้องการยกของหนักขึ้นลงสม่ำเสมอ
● การเคลื่อนที่ค่อนข้างนุ่มและนิ่ง: เพราะยกด้วยแรงดันของเหลว ทำให้ไม่รู้สึกว่ากระชาก
● ติดตั้งค่อนข้างง่าย ใช้พื้นที่หน้างานไม่เยอะ: เมื่อเปรียบเทียบกับลิฟท์แบบสลิง ลิฟท์ไฮโดรลิคบางแบรนด์อาจไม่ต้องขุดบ่อ หรือขุดก็ไม่เกิน 1 เมตร แต่ก็ยังต้องมี overhead room เผื่อเอาไว้ประมาณ 2.3-2.5 เมตร (ระยะรวมตั้งแต่พื้นลิฟท์-เพดานลิฟท์)
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบไฮโดรลิค
● มีน้ำมันไฮโดรลิค ที่ต้องระวังเรื่องรั่ว เลอะ หรือกลิ่น เพราะระบบต้องพึ่งน้ำมันเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อน ถ้า ซีลเสื่อม หรือ ท่อมีปัญหา อาจเกิดรั่วซึมได้
● ต้องมีพื้นที่วางชุดอุปกรณ์ เนื่องด้วยระบบไฮโดรลิคมักมีชุดปั๊ม ถังน้ำมัน ตู้ควบคุม ซึ่งต้องมีพื้นที่วางให้เหมาะสม
● ระยะยาวมีค่าใช้จ่ายเรื่องการตรวจเช็คระบบน้ำมัน เพราะต้องตรวจเช็คเรื่องน้ำมัน ซีล ท่อ และความพร้อมของระบบตามรอบ
ลิฟท์ระบบไฮโดรลิคบางรุ่นอาจมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200,000 บาท (ขึ้นกับแบรนด์และสเปค) แต่ก็เหมาะกับบ้านที่พร้อมดูเรื่องการบำรุงรักษาโดยเฉพาะระบบตรงชุดปั๊มและถังน้ำมันเช่นกัน
3.ลิฟท์บ้านระบบสลิง (Traction driven lift systems)
ลิฟท์ระบบสลิง คือระบบที่ใช้ ลวดสลิง พูลเลย์(ล้อรอก) และลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักทำงานร่วมกับมอเตอร์ หลักการคล้ายการชักรอกขึ้น-ลง เป็นระบบที่คนทั่วไปคุ้นเคยที่สุดเพราะพบได้บ่อยในอาคารสูง เช่น สำนักงาน ห้าง โรงพยาบาล เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก และขึ้น-ลงได้หลายชั้น
ข้อดีของลิฟท์ระบบสลิง
● ติดตั้งได้ในบ้านที่มีมากกว่า 6 ชั้น และรองรับการใช้งานถี่ได้ดี
● ลิฟท์เคลื่อนที่ได้ไว: โดยปกติจะมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 1.0-2.5 m/s จึงสามารถใช้เวลาจากชั้น 1 ไปชั้น 2 ประมาณ 1-3 วินาที (ขึ้นกับความสูงต่อชั้น)
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสลิง
● งานโครงสร้างเยอะกว่า: เพราะโดยทั่วไปต้องมี ปล่องลิฟท์และต้องมี บ่อลิฟท์ รวมถึงพื้นที่ระบบต่าง ๆ ทำให้บ้านต้องเตรียมงานค่อนข้างมาก ลิฟท์แบบดั้งเดิมต้องขุดบ่อลิฟท์ประมาณ 1 เมตร ต้องเตรียมพื้นที่ด้านบน overhead room และต้องมีห้องเครื่องสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ขับเคลื่อน
● ใช้เวลาติดตั้งนานกว่า: เพราะต้องเตรียมหน้างานครบก่อน (งานปล่อง งานราง งานระบบ) จึงไม่ค่อยเหมาะกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
● ต้องบำรุงรักษาตามรอบเคร่งครัด: เพราะมีชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ตามการใช้งาน เช่น สลิง พูลเลย์ และมอเตอร์ขับเคลื่อน
กล่าวคือถ้าเรื่องความเร็วในการขึ้น-ลงระหว่างชั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นบ้านที่ออกแบบระบบไว้ตั้งแต่ต้น มีพื้นที่ทำปล่องลิฟท์ บ่อลิฟท์ และยอมรับงานโครงสร้างกับระยะเวลาหน้างานได้ ลิฟท์ระบบสลิงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ
4.ลิฟท์บ้านระบบสูญญากาศ (Vacuum driven lift systems)
ลิฟท์ระบบสูญญากาศ คือระบบที่ใช้ความต่างของแรงดันอากาศในการพาลิฟท์ขึ้น-ลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้พลังงานสร้างสภาวะความดันตอนขึ้น ส่วนตอนลงจะอาศัยการควบคุมแรงดันร่วมกับแรงโน้มถ่วง ทำให้ดีไซน์มักเป็นทรงกระบอก โปร่ง และติดตั้งได้ในพื้นที่จำกัด
ข้อดีของลิฟท์ระบบสูญญากาศ
● ประหยัดพื้นที่และติดตั้งเร็ว หลายรุ่นออกแบบให้เป็นแนวทางที่เหมาะกับงาน retrofit และงานพื้นที่จำกัด
● โดยมากไม่ต้องทำปล่องปูนแบบหนัก ๆ เพราะโครงสร้างตัวลิฟท์เป็นทรงกระบอกในตัว
● จำนวนชิ้นส่วนบางกลุ่มน้อยกว่า “ลิฟท์อาคาร” จึงทำให้ภาพรวมการดูแลบางด้านดูเรียบง่ายขึ้น (ขึ้นกับรุ่น)
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสูญญากาศ
● จำกัดจำนวนชั้นในหลายแบรนด์: ตัวอย่างที่พบในตลาดบางรุ่นระบุรองรับได้เพียง 4 ชั้น (ประมาณ 13.5 เมตร)
● รองรับคน/น้ำหนักได้จำกัดกว่า: รองรับได้มากสุดประมาณ 4 คน (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
● ขนาดห้องโดยสารเป็นทรงกระบอก ทำให้การปรับขนาดให้ใหญ่ เพื่อรองรับการใช้งานแบบเตียงผู้ป่วยจะทำได้ยากหรือมีข้อจำกัดมาก
ถ้าคุณต้องการลิฟท์ทรงโปร่ง เน้นด้านดีไซน์ และยอมรับข้อจำกัดเรื่องขนาด จำนวนคน หรือจำนวนชั้นได้ ลิฟท์ระบบสูญญากาศก็อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับลิฟท์บ้านของคุณเช่นกัน
คุณสคราญทิพย์ พึ่งทอง Country Manager ของบริษัท Cibes Lift (Thailand) Co., Ltd. เคยกล่าวไว้ว่า “ลิฟท์บ้านกำลังกลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปมากขึ้นในหลายโครงการบ้านสร้างใหม่” ซึ่งสะท้อนว่าหลายโครงการบ้านเริ่มคิดเรื่องลิฟท์ตั้งแต่ตอนออกแบบแล้ว ดังนั้นอย่ามองว่าลิฟท์มีในอาคารตึกสูง เพราะจริง ๆ มีหลายระบบให้เลือกให้เหมาะกับพื้นที่ จำนวนชั้น งบประมาณ และการดูแลระยะยาว เราแนะนำให้คุณประเมินหน้างานจริงและเทียบแต่ละระบบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ลิฟท์ที่ลงตัวที่สุดกับบ้านของคุณ


