xs
xsm
sm
md
lg

ลิฟท์บ้านคืออะไร ลิฟท์ระบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ลิฟท์บ้าน Cibes Lift รุ่น V80 Elegance ลิฟท์ระบบสกรูที่ติดตั้งง่ายบนพื้นบ้านเดิม
ลิฟท์บ้าน คือ ลิฟท์ขนาดเล็กสำหรับที่พักอาศัย ออกแบบให้ความปลอดภัยสูง ใช้พื้นที่น้อย ติดได้ทั้งบ้านสร้างใหม่หรือสร้างเสร็จแล้ว มักติดเพื่อผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ในบ้าน

ข้อมูล Google Trends ประเทศไทยสะท้อนว่า ความสนใจเรื่อง “ลิฟท์บ้าน” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยค่าเฉลี่ยรายปีจาก 8.2 จุดในปี 2010 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 73.8 จุดในปี 2025 และมีแนวโน้มระยะยาวเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
 
ซึ่งจุดที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ คือ ลิฟท์ไม่ได้มีแค่ระบบสลิงที่ทุกคนคุ้นเคยกับการขึ้นลิฟท์ในห้าง หรือตึกสูงเท่านั้น แต่ยังมีหลายระบบที่ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งในบ้านจริง ๆ ซึ่งแต่ละระบบต้องการการเตรียมหน้างาน และการดูแลต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะช่วยแนะนำลิฟท์ระบบต่าง ๆ ให้กับคุณเพื่อสามารถตัดสินใจว่าลิฟท์ระบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

ลิฟท์บ้านคืออะไร แตกต่างจากลิฟท์ทั่วไปอย่างไร
 

Cibes Lift ลิฟท์ระบบสกรูจากสวีเดน รุ่น V80 Galaxy ติดตรงช่องกลางบันได ออกแบบตามมาตรฐานยุโรป
ลิฟท์บ้าน (Home Lift) คือ ระบบลิฟท์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในที่พักอาศัยโดยเฉพาะ เน้นออกแบบมาให้ใช้พื้นที่น้อยในการติดตั้ง หรือแม้แต่สามารถติดตั้งในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วได้ ซึ่งนั่นทำให้ลิฟท์บ้านหลายรุ่นจึงถูกพัฒนาให้ลดทอนบางอย่างออกไปจากลิฟท์ทั่วไป เช่น

● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ที่ใช้ติดตั้งบัฟเฟอร์หรือกันชน (Buffer) เพื่อลดแรงกระแทก และช่วยให้พื้นห้องโดยสารเสมอพื้นชั้นล่าง
● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นไม่ต้องมีห้องขับเคลื่อนหรือห้องเครื่อง สำหรับวางมอเตอร์และตู้ควบคุมแบบลิฟท์อาคาร รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
● ลิฟท์บ้านหลายรุ่นมาพร้อมปล่องสำเร็จรูป เพราะบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมปล่องปูนไว้ตั้งแต่แรก เมื่อต้องการติดตั้งภายหลังจึงทำได้ง่ายกว่า

ซึ่งนั่นทำให้การติดตั้งเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญลิฟท์ในบ้านไม่ได้จำเป็นต้องเป็นลิฟท์สลิงเสมอไป และไม่จำเป็นต้องขึ้น-ลงเร็วเท่าลิฟท์ในห้างหรือตึกสูง รวมถึงลิฟท์บ้านส่วนใหญ่รองรับน้ำหนักประมาณ 250-500 กก. ก็เพียงพอต่อการใช้งานในบ้านได้แล้ว

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง ลิฟท์บ้าน กับ ลิฟท์อาคารทั่วไป

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้มีไว้เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างลิฟท์บ้านและลิฟท์อาคารทั่วไป เพื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าลิฟท์แบบไหนที่เหมาะกับคุณจริง ๆ ข้อมูลเหล่านี้อาจปรับเปลี่ยนไปตามรุ่นและแบรนด์ลิฟท์ของแต่ละบริษัท


แน่นอนว่า ลิฟท์บ้านอาจมีข้อจำกัดด้านความเร็วในการขึ้นลง แต่อย่าลืมว่า ลิฟท์ในบ้านไม่จำเป็นต้องเร็วเท่าลิฟท์ในอาคารเพราะไม่ได้มีความจำเป็นในการสัญจรของคน และส่วนใหญ่คนที่เลือกลิฟท์บ้านมักเน้นลิฟท์ที่สามารถติดตั้งในพื้นที่แคบหรือยาก ประหยัดพื้นที่ และที่สำคัญสามารถติดตั้งในบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว

ลิฟท์บ้านมีกี่แบบและระบบไหนดีที่สุดสำหรับบ้าน 

ลิฟท์ระบบสกรูของ Cibes Lift รุ่น V80 มาพร้อมประตูซาลูนเปิด 2 บานดีไซน์พรีเมี่ยมเหมาะกับบ้านหรู
ก่อนตัดสินใจติดตั้งลิฟท์ คนส่วนใหญ่มักดูที่ราคาและดีไซน์ก่อน แต่สิ่งที่ส่งผลต่อ งานก่อสร้าง, ความปลอดภัย, การดูแลระยะยาว, และความเหมาะกับบ้าน มากที่สุดคือ ระบบลิฟท์ หรือ ระบบขับเคลื่อน ซึ่งระบบขับเคลื่อนที่นิยมและพบได้บ่อยในตลาด แบ่งได้ 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่1. ระบบลิฟท์สกรู (Screw driven lift systems)
2. ระบบลิฟท์ไฮโดรลิค (Hydraulic driven lift systems)
3. ระบบลิฟท์สลิง (Traction driven lift systems)
4. ระบบลิฟท์สูญญากาศ (Vacuum driven lift systems)

มาทำความรู้จักลิฟท์แต่ละระบบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกลิฟท์ที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของคุณ
1.ลิฟท์บ้านระบบสกรู (Screw driven lift systems) 

Cibes Lift ลิฟท์ขนาดเล็กระบบสกรูรุ่น V80 Elegance พร้อมประตูแบบซาลูนเปิด 2 บาน ประหยัดพื้นที่
ลิฟท์ระบบสกรู คือ ลิฟท์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Screw and Nut (สกรูและน็อต/แหวน) ซึ่งหลักการทำงานเรียบง่ายแต่มีความปลอดภัยสูง จุดเด่นคือช่วยลดการเตรียมหน้างานสำหรับการติดตั้งลิฟท์ได้มาก เช่น ไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ ไม่ต้องทำห้องเครื่อง และแบรนด์ลิฟท์บ้านอันดับ 1 ในไทยอย่าง ลิฟท์บ้านจาก Cibes Lift ก็มาพร้อมปล่องสำเร็จรูปทั้งแบบทึบและแบบกระจก ทำให้การติดตั้งลิฟท์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น ถ้าเป็นลิฟท์บ้าน 2 ชั้นของ Cibes จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันเท่านั้นในการติดตั้ง

ข้อดีของลิฟท์ระบบสกรู
● ปลอดภัยและควบคุมง่าย: ระบบขับเคลื่อนแบบ Screw and Nut เน้นความมั่นคง ทำให้หลายคนรู้สึกสบายใจกว่าเวลาเลือกใช้ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ
● ใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับบ้านจริง ๆ: เหมาะกับบ้านที่พื้นที่จำกัด หรือบ้านที่ไม่อยากเสียพื้นที่ใช้สอย เพราะแนวคิดของระบบสกรูคือเน้นความกะทัดรัด
● ติดตั้งง่าย ลดงานก่อสร้างใหญ่: ในหลายรูปแบบการติดตั้งของลิฟท์บ้านระบบสกรู จะไม่ต้องขุดบ่อ และ ไม่ต้องทำห้องเครื่อง ทำให้เตรียมหน้างานง่าย และลดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลาย
● เหมาะกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว: ถ้าไม่อยากทุบ ไม่เจาะเยอะ ระบบสกรูเป็นทางเลือกที่จัดการหน้างานง่ายกว่า ลดฝุ่น ลดความยุ่งยาก และลดการต้องประสานช่างหรือผู้รับเหมาหลายทีม
● ทำดีไซน์โปร่งได้ง่าย อย่างถ้าต้องการลิฟท์แก้วหรือลิฟท์ปล่องกระจกรอบด้าน ลิฟท์สกรูสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสกรู
● ความเร็วขึ้น-ลงจะเน้นที่พอดีสำหรับบ้านมากกว่าเร็วแบบอาคาร: ระบบสกรูหลายรุ่นออกแบบให้วิ่งแบบนุ่มและปลอดภัย จึงไม่ได้ทำความเร็วสูงเท่าลิฟท์โดยสารในตึก
● ราคาเริ่มต้นอาจสูงกว่าบางระบบ: อย่างลิฟท์ของ Cibes ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1,200,000 บาท แต่สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบ คือ “ราคาลิฟท์” vs “ค่าปรับโครงสร้างบ้าน + ความเสี่ยงงบบานปลายหน้างาน + ค่าใช้จ่ายระยะยาว” เพราะระบบสกรูช่วยลดงาน
ก่อสร้างหนักในหลายเคส ทำให้ภาพรวมคุมงบง่ายกว่า

ถ้าคุณกำลังหาลิฟท์บ้าน 2 ชั้น แต่ไม่เกิน 6 ชั้นที่เน้นความปลอดภัย ติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่ ลิฟท์ระบบสกรูเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

2.ลิฟท์บ้านระบบไฮโดรลิค (Hydraulic driven lift systems)
ลิฟท์ระบบไฮโดรลิค คือ ระบบลิฟท์ที่ใช้แรงดันของเหลว (ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นน้ำมันไฮโดรลิค) ส่งแรงไปยังกระบอกสูบเพื่อยกตู้โดยสารขึ้น-ลง โดยหลักการเคลื่อนที่ของระบบนี้มีรากฐานมาจากงานอุตสาหกรรมมาก่อน (เช่น การยกรถในอู่ / ยกของหนักในโรงงาน) แล้วจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้กับลิฟท์สำหรับคนในภายหลัง

ข้อดีของลิฟท์ระบบไฮโดรลิค
● ยกน้ำหนักได้ดี เหมาะกับงานหนัก: โดยธรรมชาติของระบบที่ใช้แรงดันของเหลวและกระบอกสูบ ทำให้รองรับงานที่ต้องการแรงยกได้ดี เหมาะกับบ้านที่เน้นการขนของ หรืออาคารที่ต้องการยกของหนักขึ้นลงสม่ำเสมอ
● การเคลื่อนที่ค่อนข้างนุ่มและนิ่ง: เพราะยกด้วยแรงดันของเหลว ทำให้ไม่รู้สึกว่ากระชาก
● ติดตั้งค่อนข้างง่าย ใช้พื้นที่หน้างานไม่เยอะ: เมื่อเปรียบเทียบกับลิฟท์แบบสลิง ลิฟท์ไฮโดรลิคบางแบรนด์อาจไม่ต้องขุดบ่อ หรือขุดก็ไม่เกิน 1 เมตร แต่ก็ยังต้องมี overhead room เผื่อเอาไว้ประมาณ 2.3-2.5 เมตร (ระยะรวมตั้งแต่พื้นลิฟท์-เพดานลิฟท์)

ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบไฮโดรลิค
● มีน้ำมันไฮโดรลิค ที่ต้องระวังเรื่องรั่ว เลอะ หรือกลิ่น เพราะระบบต้องพึ่งน้ำมันเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อน ถ้า ซีลเสื่อม หรือ ท่อมีปัญหา อาจเกิดรั่วซึมได้
● ต้องมีพื้นที่วางชุดอุปกรณ์ เนื่องด้วยระบบไฮโดรลิคมักมีชุดปั๊ม ถังน้ำมัน ตู้ควบคุม ซึ่งต้องมีพื้นที่วางให้เหมาะสม
● ระยะยาวมีค่าใช้จ่ายเรื่องการตรวจเช็คระบบน้ำมัน เพราะต้องตรวจเช็คเรื่องน้ำมัน ซีล ท่อ และความพร้อมของระบบตามรอบ

ลิฟท์ระบบไฮโดรลิคบางรุ่นอาจมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200,000 บาท (ขึ้นกับแบรนด์และสเปค) แต่ก็เหมาะกับบ้านที่พร้อมดูเรื่องการบำรุงรักษาโดยเฉพาะระบบตรงชุดปั๊มและถังน้ำมันเช่นกัน

3.ลิฟท์บ้านระบบสลิง (Traction driven lift systems)
ลิฟท์ระบบสลิง คือระบบที่ใช้ ลวดสลิง พูลเลย์(ล้อรอก) และลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักทำงานร่วมกับมอเตอร์ หลักการคล้ายการชักรอกขึ้น-ลง เป็นระบบที่คนทั่วไปคุ้นเคยที่สุดเพราะพบได้บ่อยในอาคารสูง เช่น สำนักงาน ห้าง โรงพยาบาล เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก และขึ้น-ลงได้หลายชั้น
ข้อดีของลิฟท์ระบบสลิง
● ติดตั้งได้ในบ้านที่มีมากกว่า 6 ชั้น และรองรับการใช้งานถี่ได้ดี
● ลิฟท์เคลื่อนที่ได้ไว: โดยปกติจะมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 1.0-2.5 m/s จึงสามารถใช้เวลาจากชั้น 1 ไปชั้น 2 ประมาณ 1-3 วินาที (ขึ้นกับความสูงต่อชั้น)
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสลิง
● งานโครงสร้างเยอะกว่า: เพราะโดยทั่วไปต้องมี ปล่องลิฟท์และต้องมี บ่อลิฟท์ รวมถึงพื้นที่ระบบต่าง ๆ ทำให้บ้านต้องเตรียมงานค่อนข้างมาก ลิฟท์แบบดั้งเดิมต้องขุดบ่อลิฟท์ประมาณ 1 เมตร ต้องเตรียมพื้นที่ด้านบน overhead room และต้องมีห้องเครื่องสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ขับเคลื่อน
● ใช้เวลาติดตั้งนานกว่า: เพราะต้องเตรียมหน้างานครบก่อน (งานปล่อง งานราง งานระบบ) จึงไม่ค่อยเหมาะกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
● ต้องบำรุงรักษาตามรอบเคร่งครัด: เพราะมีชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ตามการใช้งาน เช่น สลิง พูลเลย์ และมอเตอร์ขับเคลื่อน
กล่าวคือถ้าเรื่องความเร็วในการขึ้น-ลงระหว่างชั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นบ้านที่ออกแบบระบบไว้ตั้งแต่ต้น มีพื้นที่ทำปล่องลิฟท์ บ่อลิฟท์ และยอมรับงานโครงสร้างกับระยะเวลาหน้างานได้ ลิฟท์ระบบสลิงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

4.ลิฟท์บ้านระบบสูญญากาศ (Vacuum driven lift systems)
ลิฟท์ระบบสูญญากาศ คือระบบที่ใช้ความต่างของแรงดันอากาศในการพาลิฟท์ขึ้น-ลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้พลังงานสร้างสภาวะความดันตอนขึ้น ส่วนตอนลงจะอาศัยการควบคุมแรงดันร่วมกับแรงโน้มถ่วง ทำให้ดีไซน์มักเป็นทรงกระบอก โปร่ง และติดตั้งได้ในพื้นที่จำกัด

ข้อดีของลิฟท์ระบบสูญญากาศ
● ประหยัดพื้นที่และติดตั้งเร็ว หลายรุ่นออกแบบให้เป็นแนวทางที่เหมาะกับงาน retrofit และงานพื้นที่จำกัด
● โดยมากไม่ต้องทำปล่องปูนแบบหนัก ๆ เพราะโครงสร้างตัวลิฟท์เป็นทรงกระบอกในตัว
● จำนวนชิ้นส่วนบางกลุ่มน้อยกว่า “ลิฟท์อาคาร” จึงทำให้ภาพรวมการดูแลบางด้านดูเรียบง่ายขึ้น (ขึ้นกับรุ่น)
ข้อจำกัดของลิฟท์ระบบสูญญากาศ
● จำกัดจำนวนชั้นในหลายแบรนด์: ตัวอย่างที่พบในตลาดบางรุ่นระบุรองรับได้เพียง 4 ชั้น (ประมาณ 13.5 เมตร)
● รองรับคน/น้ำหนักได้จำกัดกว่า: รองรับได้มากสุดประมาณ 4 คน (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
● ขนาดห้องโดยสารเป็นทรงกระบอก ทำให้การปรับขนาดให้ใหญ่ เพื่อรองรับการใช้งานแบบเตียงผู้ป่วยจะทำได้ยากหรือมีข้อจำกัดมาก

ถ้าคุณต้องการลิฟท์ทรงโปร่ง เน้นด้านดีไซน์ และยอมรับข้อจำกัดเรื่องขนาด จำนวนคน หรือจำนวนชั้นได้ ลิฟท์ระบบสูญญากาศก็อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับลิฟท์บ้านของคุณเช่นกัน

คุณสคราญทิพย์ พึ่งทอง
Country Manager ของบริษัท Cibes Lift (Thailand) Co., Ltd. เคยกล่าวไว้ว่า “ลิฟท์บ้านกำลังกลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปมากขึ้นในหลายโครงการบ้านสร้างใหม่” ซึ่งสะท้อนว่าหลายโครงการบ้านเริ่มคิดเรื่องลิฟท์ตั้งแต่ตอนออกแบบแล้ว ดังนั้นอย่ามองว่าลิฟท์มีในอาคารตึกสูง เพราะจริง ๆ มีหลายระบบให้เลือกให้เหมาะกับพื้นที่ จำนวนชั้น งบประมาณ และการดูแลระยะยาว เราแนะนำให้คุณประเมินหน้างานจริงและเทียบแต่ละระบบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ลิฟท์ที่ลงตัวที่สุดกับบ้านของคุณ