ในแต่ละวันกรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมูลฝอยมากถึง 10,000 ตัน สงสัยไหมว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) มีแนวทางในการกำจัดขยะเหล่านี้อย่างไร คำตอบแรกคือขยะเหล่านี้ถูกนำไปฝังกลบ (Landfill) ในพื้นที่ใกล้เคียงที่กำแพงแสน จ.นครปฐม และพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตแนวทางการฝังกลบจะค่อยๆ ลดบทบาทไป ถัดมาคือกำจัดขยะด้วยระบบเตาเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า ช่วยลดปริมาณขยะจากการฝังกลบ ยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการนำขยะแปรรูปเป็นปุ๋ย
ปัจจุบัน กทม.มีโรงกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าที่หนองแขม ถือเป็นโครงการนำร่อง โดยมีบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจีนเป็นผู้ดำเนินการ โรงงานนี้มีกำลังการกำจัดขยะได้ 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 เมกะวัตต์จ่ายไฟให้กับการไฟฟ้านครหลวงซึ่งได้รับสัมปทานกำจัดขยะจาก กทม. 20 ปี ได้รับค่ากำจัดขยะ 970 บาทต่อตัน และค่าไฟฟ้าได้ Adder 7 บาทต่อหน่วย ปัจจุบัน Adder หมดลง บริษัทได้รับค่าไฟฟ้าในอัตราปกติที่ 3 บาทต่อหน่วย ส่วนการลงทุนเป็นแบบ BOT (Build Operate Transfer) เมื่อหมดสัมปทาน 20 ปีจะโอนเครื่องจักรทั้งหมดให้ กทม. โดยโรงงานดังกล่าวเปิดดำเนินการมาครบ 10 ปีในเดือนมีนาคม 2569
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทแม่ทำธุรกิจกำจัดขยะด้วยวิธีเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประเทศจีนอยู่แล้ว เมื่อ กทม.เปิดให้บริษัทเอกชนประมูลลงทุนโครงการกำจัดขยะมูลฝอยด้วยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 300-500 ตันต่อวันที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยหนองแขม บริษัทให้ความสนใจเข้ามาแข่งขัน สุดท้ายก็ได้เลือกให้เป็นผู้ชนะ มีสัญญากำจัดขยะมูลฝอยเป็นเวลา 20 ปี ยอมรับช่วงแรกๆ ถูกคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่เพราะกังวลขยะจะถูกนำไปเผาเนื่องจากชุมชนโดยรอบมีรายได้จากการคัดแยกขยะไปขาย เมื่อบริษัททำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากชุมชน รวมทั้งอธิบายให้เข้าใจว่าขยะที่จะนำมาเผาในโรงงานจะเป็นขยะที่ผ่านการคัดแยก เป็นขยะที่เหลือชุมชนไม่เอาแล้ว ทางโรงงานจึงนำมาเผา ทำให้กระแสการต่อต้านหมดไป
บริษัทกว่าจะได้ทำสัญญากับ กทม. จนถึงการก่อสร้างเพื่อเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์นั้นต้องล่าช้าไปนาน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นญี่ปุ่นมีการใช้กันทั่วโลก เนื่องจากเป็นระบบปิดทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็น ในหลายประเทศที่ใช้เทคโนโลยีนี้มีการตั้งโรงงานใกล้ชุมชนไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ เช่นเดียวกับไทย ทำให้โครงการเดินเครื่องอย่างราบรื่น แม้ว่าช่วงแรกอาจจะโดนร้องเรียนบ้าง แต่เมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้มาจากโรงงานแต่อย่างใด
“ทำโครงการนี้ในไทยได้ ปท.ไหนก็ทำได้หมด”
ต่อมา กทม.เปิดประมูลโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม รวม 2 โครงการเมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นรูปแบบ BOT ครบสัญญา 20 ปีเครื่องจักรเป็นของ กทม. และมีสัญญาสัมปทานขยะจาก กทม. 20 ปี โดยกลุ่มบริษัทฯ ก็ชนะการประมูลคว้ามาได้ทั้ง 2 โครงการ แต่การดำเนินการขั้นตอนการขอนุญาตต่างๆ ในไทยล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเอกสารขออนุญาตต่างๆค่อนข้างติดขัด และยังถูกบีบให้ลดอัตราค่าไฟลง บริษัทต้องชี้แจ้งหน่วยงานราชการให้ทราบว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากการเผาขยะ อยู่ภายใต้กรอบรับซื้อไฟฟ้า Feed-in Tariff (FiT) พ.ศ. 2565 ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย และได้ค่ากำจัดขยะ 775 บาท/ตัน ไม่สามารถปรับลดได้เป็นสิ่งที่ถูกระบุในสัญญา รวมทั้งอยู่ในช่วงโควิด-19 การเปิดรับฟังความคิดเห็นทำได้ลำบาก ฯลฯ ล่าช้ามานานหลายปี จนนายหนิงกล่าวติดตลกว่า ”หากทำโครงการนี้ในไทยได้ ประเทศไหนก็ทำได้หมด” ในที่สุดก็ฝ่าด่านมาจนสามารถก่อสร้างทั้ง 2 โครงการจนใกล้แล้วเสร็จ
ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม กำลังการกำจัดขยะ 1,600 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์ ขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้เงินลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนกำหนดเดิมที่กำหนดเดินเครื่องกำจัดขยะได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มรับขยะมากำจัดเพื่อทดลองเดินเครื่องจักรได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ราวเดือนมิถุนายนนี้
ส่วนโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช 1,600 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์ มีสัญญาขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ใช้เงินลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด คาดว่าจะเร็วกว่ากำหนดเดิมจะเดินเครื่องกำจัดขยะได้ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เลื่อนมาเป็นเดือนเมษายน 2569
หากสามารถเดินเครื่องกำจัดขยะด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ครบทั้งสองโครงการและรวมโครงการที่ดำเนินการอยู่คือโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมเฟสแรก 500 ตันต่อวัน จะทำให้สามารถกำจัดขยะได้สูงถึง 3,700 ตันต่อวันจากขยะ กทม.ที่มีวันละ 10,000 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 37%
ขณะที่รายได้ของบริษัทฯ ภายหลังจากโครงการที่หนองแขมเฟส 2 และอ่อนนุชแล้วเสร็จ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการใหม่นี้คาดว่าจะคืนทุนใน 8 ปี มีผลตอบแทนการลงทุน 13%
ทำไมถึงเป็นโรงงานที่ไม่มีกลิ่นขยะ
นายหนิงกล่าวถึงกรณีที่ กทม.มีการรณรงค์การคัดแยกขยะมูลฝอยตามบ้านเรือนว่า บริษัทไม่ส่งผลกระทบต่อการรณรงค์ดังกล่าว เนื่องจากขยะตามบ้านหากเป็นขวดพลาสติก หรือโลหะ จะถูกคัดแยกเพื่อนำไปขายก่อนแล้ว แทบจะไม่ได้ตกมาถึงศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมเลย
สำหรับระบบการทำงานทั้ง 3 โรงกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้านั้น เริ่มจากการนำขยะที่ได้จากการขนส่งมาเทลงในบ่อรับขยะภายในอาคารระบบปิด 3-5 วัน ทำให้ความชื้นลดลงเหลือ 35% จากนั้นใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาขยะแบบตะกรับ (Stroker Type) ซึ่งจุดเด่นของเทคโนโลยีการกำจัดขยะด้วยวิธีการเผาไหม้ใน 3 ระยะ ซึ่งประกอบด้วย การอบแห้ง การเผา และมอดดับแล้ว ขยะมูลฝอยที่ถูกเผาภายใต้อุณหภูมิสูงประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส ซึ่งถูกควบคุมอัตโนมัติโดยระบบคอมพิวเตอร์ สภาวะและระยะเวลาของการเผาไหม้ขยะ มูลฝอยในเตาเผาสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมการเผามูลฝอยได้ตลอดเวลาและเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียความร้อน ก๊าซฯซึ่งมีอุณหภูมิสูงที่เกิดในเตาเผาสามารถนำมาให้ความร้อนเพื่อผลิตไอน้ำ แล้วนําไปขับเคลื่อนเครื่องปั่นไฟฟ้า(Generator) เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์สำหรับโรงกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ฯที่อ่อนนุชและหนองแขม เฟส 2
โดยก๊าซที่ได้จากการเผาไหม้ในกระบวนการกําจัดขยะมูลฝอยโดยใช้เตาเผาจะถูกบําบัดด้วยอุปกรณ์บําบัดมลพิษทางอากาศ รวมทั้งปูนขาว ถ่านกัมมันต์ และสารอื่นๆ เพื่อดูดซับมวลสาร ทําให้อากาศที่ปล่อยออกมาได้มาตรฐาน ส่วนน้ำเสียที่ไหลมาจากการกองขยะจะได้รับการบําบัดโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อนํามาใช้หมุนเวียนได้อีก
ทำให้ขยะมูลฝอยจากการกําจัดในเตาเผาจะเหลือน้ำหนักเพียงแค่ 15-20% ภายหลังจากการเผาซึ่งสามารถนําเถ้าที่เกิดขึ้นบางส่วนไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยนำไปผสมกับปูนซีเมนต์ ยังลดปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย อันเนื่องมาจากมลพิษจากมูลฝอยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นายหนิงยังกล่าวอีกว่า ประโยชน์การกำจัดมูลฝอยโดยใช้ระบบการเผาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ที่จะใช้ในการฝังกลบขยะ ซึ่งมีแนวโน้มที่ยากจะหาได้ในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และไม่คุ้มค่าต่อการเสียค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อที่ดินที่มีราคาแพงมากเพื่อใช้ในการฝังกลบมูลฝอย แถมยังใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากการกำจัดมูลฝอยในรูปของพลังงานไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าที่ได้จาก3โครงการรวมแล้วเกือบ 70 เมกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าให้บ้านเรือนหลายแสนครอบครัว
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ปริมาณขยะมูลฝอยของ กทม.ปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ล่าสุด กทม.มีปริมาณขยะเพียง 9,000 ตัน และค่าความร้อนเมื่อนำขยะไปเผาก็ลดลงด้วย แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อปริมาณขยะ เช่นยุโรปเคยมีปริมาณขยะมากถึง 140,000 ตันต่อวัน ปัจจุบันเหลือแค่ 60,000 ตันต่อวัน เชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ขยะใน กทม.หายไปเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จ่อเข้าระดมทุนตลาดหุ้นไทย
ส่วนแผนการนำบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น นายหนิงกล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการเข้าตลาดหุ้นไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีความสนใจที่จะเข้าร่วมถือหุ้นในบริษัทฯ ด้วย ส่วนบริษัทจะตัดสินใจเข้าตลาดหุ้นเมื่อใดยังไม่ได้กำหนด ต้องหารือผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนก่อน
ส่วนรูปแบการเข้าตลาดหุ้นอาจจะใช้วิธีการซื้อกิจการหรือควบรวมบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และสวมสิทธิ์เป็นบริษัทจดทะเบียนแทน โดยปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักใหม่เป็นธุรกิจการกำจัดขยะด้วยการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าแทน (Backdoor Listing) ซึ่งจะใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่า
ส่วนแผนการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในไทยนั้น ขณะนี้บริษัทยังไม่ตัดสินใจ จนกว่าภาครัฐจะมีนโยบายชัดเจนในการเปิดโครงการให้เอกชนลงทุนการกำจัดขยะด้วยวิธีเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า พร้อมทั้งกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าและค่ากำจัดขยะที่แน่นอนก่อน
ทั้งนี้ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด และบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัดอยู่ภายใต้บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เซียะหมิน นิวสกาย เอนเนอร์จี เอ็นไรรอนเม้น แอนด์ เทค จำกัด โดยมี บริษัท เอสดีไอซี พาวเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีน และบริษัท แกรนด์บลูเอ็นไวรอนเม้น จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น


