เอพริล เบเกอรี่ (April’s Bakery) ต้นตำรับพายหมูแดงสูตรฮ่องกงเจ้าแรกในประเทศไทย สร้างปรากฎการณ์เขย่าวงการเบเกอรี่ หลังปิดงบปี 2568 ด้วยรายได้กว่า 1,300 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 200% สวนกระแสกำลังซื้อชะลอตัว ชูโมเดลธุรกิจ “Mass + Viral + Price Accessibility” เปลี่ยนกระแสโซเชียลเป็นยอดขายจริงผ่านเครือข่ายร้านสะดวกซื้อมากกว่า 16,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมประกาศ ทรานส์ฟอร์มแบรนด์ชูกลยุทธ์ “Masstige” ยกระดับเบเกอรี่พรีเมียม ให้มีความทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง 30% ชิงส่วนแบ่งการตลาดเบเกอรี่ในประเทศไทยเพิ่มเป็น 3% ในปี 2569
นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ แบรนด์ เอพริล เบเกอรี่ ต้นตำรับพายหมูแดงสูตรฮ่องกง เจ้าแรกในประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอดขาย 1,300 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา คือเครื่องพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจของเอพริล เบเกอรี่ สามารถเปลี่ยน 'กระแสไวรัล' ให้กลายเป็น 'ยอดขายที่ยั่งยืน' ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเกิดจากความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความเร็ว คุณภาพ และราคาที่สมเหตุสมผล โดยส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์ทางการตลาดในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงในวงกว้างผ่านร้านสะดวกซื้อ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้อยู่ในกระแสไวรัลอย่างต่อเนื่องในราคาที่จับต้องได้ง่าย และที่สำคัญคือการสร้าง Brand Trust หรือความไว้วางใจในแบรนด์ และคุณภาพของสินค้าที่บริษัทให้ความสำคัญและยึดถือมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน
ความท้าทายในปี 2569 คือการทลายกำแพงความเชื่อที่ว่าของดีต้องราคาแพง เรากำลังนำกลยุทธ์ Masstige โดยรวมคำว่า Mass และ Prestige ที่ดูพรีเมียม ทันสมัย มีเอกลักษณ์ แต่ยังคงเข้าถึงง่ายมาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานเบเกอรี่ในร้านสะดวกซื้อ สินค้าของเอพริลต้องให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงรสชาติที่เหมือนออกมาจากคาเฟ่ชั้นนำ ในราคาที่เอื้อมถึง โดยปีนี้คาดว่าต้องลงทัุนรวมไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเติบโตกว่า 2 เท่าภายในปีเดียว อาจเกินเป้าหมายแต่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างเกิดจากความเข้าใจผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่มองหาสินค้าเบเกอรี่ที่อร่อย แปลกใหม่ ราคาเหมาะสม และหาซื้อได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งในปี 2569 โดยปัจจุบันตลาดเบเกอรี่ของไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 46,000 ล้านบาท เราตั้งเป้าเติบโตต่ออีก 30% ซึ่งเราเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยขยายส่วนแบ่งตลาดจากปัจจุบันจาก 1.5% ไปสู่ระดับ 2-3 % ของตลาดเบเกอรี่ไทย โดยเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเติบโตของตัวเลข แต่คือการสร้างแบรนด์เบเกอรี่ไทยที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมแข่งขันได้ทั้งในไทยและระดับภูมิภาค
เอพริล เบเกอรี่ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาฐานผู้บริโภคเดิม ควบคู่กับการขยายสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่น วัยนักเรียน และวัยทำงาน หรือ Gen Z ผ่านการพัฒนาสินค้า Trendy food อย่างต่อเนื่องในช่องทางร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven อาทิ ดูไบ ช็อกโกแลต เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าจากรีวิวและคอนเทนต์ออนไลน์และสามารถต่อยอดกระแสออนไลน์สู่ยอดขายจริงในหน้าร้านได้อย่างชัดเจน พร้อมกับการขยายช่องทางขาย การขยายศักยภาพ ด้วยการจำหน่ายสินค้าให้กับคู่ค้าธุรกิจรายใหญ่ควบคู่กับการกระจายสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีก และผ่านเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ โดยกระจายสินค้าผ่านร้านสะดวกซื้อมากกว่า 16,000 สาขาทั่วประเทศ ช่วยให้ เอพริล เบเกอรี่ เข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้าง Brand Awareness และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
ในปีที่ผ่านมาได้เริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ขนมเปี๊ยะโมจิลาวาไปยังประเทศเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสนใจในการบริโภคสินค้าเบเกอรี่ไทย โดยในปีนี้เตรียมขยายการทำตลาดไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ไต้หวัน เกาหลี พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล เพื่อรองรับการขยายตลาดในระยะถัดไปอย่างเป็นระบบ
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาเอพริล เบเกอรี่ มีรายได้รวมจากทุกช่องทางจำหน่ายประมาณ 1,300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยรายได้หลักมาจากการจำหน่ายผ่านร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของยอดขายรวม รองลงมาคือช่องทางหน้าร้าน ช่องทางออนไลน์ และการจำหน่ายผ่านคู่ค้าทางธุรกิจ (Distributor/B2B) ตามลำดับ โดยสินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เปี๊ยะโมจิลาวาไข่เค็ม, ช็อกโกแลตดูไบพิสตาชิโอ และ เค้กทุบบราวนี่ดูไบพิสตาชิโอ
ขณะที่สินค้าที่วางจำหน่ายจะประกอบด้วย เปี๊ยะโมจิลาวาไข่เค็ม, เปี๊ยะโมจิลาวามะพร้าวอ่อน, เปี๊ยะคัสตาร์ดฝอยทองไข่เค็ม, เปี๊ยะจิ๋วคัสตาร์ดไข่เค็ม, เปี๊ยะจิ๋วไส้ถั่วไข่เค็ม, พายหมูแดง กลุ่มเบเกอรี่และช็อกโกแลต เช่น คอตตอนแคนดี้พิสตาชิโอ้, ช็อกโกแลตฟัดจ์บราวนี่, ไดฟูกุช็อกโกแลตเฮเซลนัท, มาร์ชเมลโลช็อกโกแลตเค้ก, เค้กทุบช็อกโกแลตเฟยติน, โรสเฟยตินช็อกโกแลต รวมถึงสินค้าอินเทรนด์อย่าง ช็อกโกแลตดูไบพิสตาชิโอ้ และ เค้กทุบบราวนี่ดูไบพิสตาชิโอ้ ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จะมีรายได้รวมจากทุกช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 30%
ปัจจุบันเอพริล เบเกอรี่ มีแผนในการแตกแบรนด์ควบคู่กับการรีแบรนด์ดิ้ง เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ โดยได้พื้นที่ในย่านบรรทัดทอง ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง จากเดิมที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบร้านคีออสตามห้างสรรพสินค้า จะปรับเปลี่ยนเป็นร้าน เอพริล คาเฟ่ ที่มีที่นั่งในร้าน ที่มีการอบสดพายภายในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้
รวมถึงการแตกแบรนด์เดลี่จอย ร้านจำหน่ายข้าวกล่องและเบเกอรี่ที่เน้นความอร่อย ควบคู่กับความสดใหม่ในทุกวัน โดยสินค้าทุกชนิดจะผลิตภายในวัน และจำหน่ายให้หมดภายในวัน เพื่อคงคุณภาพและความเฟรชสูงสุด ปัจจุบันเดลี่จอยมีทั้งหมด 3 สาขา BTS สยาม BTS อารีย์ BTSทองหล่อ และ สาขาที่กำลังเปิดใหม่ในเดือนมีนาคม คือ เดลี่จอย BTS ศาลาแดง นอกจากนี้ปลายปีจะเปิดร้านมัทฉะ พรีเมียม ย่านเจริญกรุง
ปีที่ผ่านมาทางบริษัทได้ก่อสร้างโรงงานขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการผลิตด้วยกำลังการผลิต รวมสูงสุดกว่า 400,000 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1.6 ล้านชิ้นต่อวัน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าใหม่และอัปเดตผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องทุกเดือน รวมถึงการลงทุนระยะยาว ด้วยการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำผ่านโครงการปลูกโกโก้บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ จากเงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่และปลูกโกโก้ตามแผน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ลดความผันผวนของต้นทุน และรองรับการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตและเบเกอรี่พรีเมียมในอนาคต โดยสิ้นปีนี้วางแพลนเปิดคาเฟ่ โกโก้ แฟคทอรี่ แลนด์มาร์คใหม่สำหรับคนรักช็อกโกแลต ชูจุดเด่นด้วยการสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่จากผลผลิตโกโก้สดใหม่ที่ปลูกเองภายในฟาร์ม ส่งตรงความอร่อยแบบ 'Farm-to-Table' ที่คนรักโกโก้ไม่ควรพลาด
“การเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2568 ไม่ใช่เพียงความสำเร็จระยะสั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ เอพริล เบเกอรี่ ในการก้าวสู่การเป็น แบรนด์เบเกอรี่ ระดับพันล้าน ที่สามารถแข่งขันในตลาดไทยได้อย่างแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการขยายสู่ตลาดระดับภูมิภาคในอนาคต และเข้าตลสาด MAI ในปีหน้าด้วย ” นางสาวกนกกัญจน์ มธุรพร กล่าว


