กรมทางหลวงชนบทส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า การขนส่ง การท่องเที่ยวชายแดน เดินหน้าสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (แห่งที่ 2) - พระธาตุพนม จ.มุกดาหาร, จ.นครพนม กว่า 43 กิโลเมตร คืบหน้า 44% คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทช.ดำเนินโครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (แห่งที่ 2) - พระธาตุพนม จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดนครพนม โดยการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 44% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2570
โครงการก่อสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (แห่งที่ 2) - พระธาตุพนม อำเภอเมือง, ธาตุพนม จังหวัดมุกดาหาร, นครพนม โดยจะดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบนถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3015 และถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.3015 ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กมีผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ทางกว้าง ข้างละ 0-2 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำในเขตชุมชนและมีการขยายสะพานในสายทาง จำนวน 11 แห่ง รวมถึงสร้างจุดพักรถและชมทิวทัศน์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 615 ล้านบาท
โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการ กม.ที่ 0+000 ตั้งแต่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และมีจุดสิ้นสุดโครงการ กม.ที่ 43+485 บริเวณพระธาตุพนม รวมระยะทางดำเนินการ 43.485 กิโลเมตร โดยระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) หาดมโนภิรมย์ วัดสองคอน แก่งกะเบา
นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มีการนำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาประกอบในการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยววิถีไทย และหนุนการค้าการขนส่งระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มีการออกแบบป้ายถนนท่องเที่ยว “นาคาวิถี” เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และนำเสนอวัฒนธรรมผ่านถนนสายดังกล่าว โดยมีการนำรูปพญานาค ที่ให้ความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ความศรัทธา และตัวแทนลำน้ำโขง รวมถึงแนวความคิดในการใช้โทนสีธรรมชาติในการออกแบบการใส่รายละเอียดของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำแห่งวิถีชีวิตของชาวอีสาน ตลอดจนได้นำเสนอโดยการใส่องค์ประกอบที่แสดงถึงบั้งไฟพญานาค, พระจันทร์เต็มดวง อันแสดงถึงความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวอีสานซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายถนนทางหลวงชนบทให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รองรับการขยายตัวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยให้ประชาชน/นักท่องเที่ยว สัญจรได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย ทั้งยังเป็นการยกระดับให้เป็นถนนท่องเที่ยว เส้นทาง (Scenic Route) เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน


