PTTGC แจงขาดทุนสุทธิปี 68 อยู่ที่ 14,600 ล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 29,811ล้านบาท เหตุปริมาณและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลง โดยมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมี อัดงบลงทุน 5 ปีราว 553 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่ลงทุนใน allnex
นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือPTTGC เปิดเผยผลประกอบการปี 2568 ว่าบริษัทมีรายได้จากการขายในปี 2568 รวม 484,907 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 14,600 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 29,811 ล้านบาท
ในปี 2568 ราคาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปและกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลง รวมถึงปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โดยรวมลดลง เนื่องจากในปี 2568 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรง MEG ในช่วงครึ่งปีแรก โรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 ในช่วงไตรมาส 4/2568 ประกอบกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเหตุการณ์ความไม่สงบในแต่ละภูมิภาคตลอดทั้งปี รวมถึงผลจากมาตรการทางภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาที่สร้างความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมค่อนข้างผันผวนและกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีให้ยังคงอ่อนตัว
ทั้งนี้ ภาพรวมปี 2568 บริษัทมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 20,846 ล้านบาท ลดลง 34% จากปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และพอลิเมอร์ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวอย่างจำกัด ร่วมกับอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาเพิ่มขึ้นระหว่างปี ขณะธุรกิจโรงกลั่นทรงตัวแม้ว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน โดยที่ Market GRM ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล ซึ่งได้แรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในแถบตะวันออกกลางและการหยุดกำลังผลิตของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในทวีปยุโรป
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากปีก่อน โดยหลักจากปริมาณขายรวมที่ลดลง เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MEG ในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ การดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท Vencorex
อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) รวม 3,519 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 1,115 ล้านบาท และกำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,968 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนจำนวน 1,272 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท GCP และการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท PTTMCC รวมทั้งสิ้น 2,854 ล้านบาท
สำหรับงบลงทุนในช่วง 5 ปี (ปี 2569-2573) บริษัทตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ 553 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ยังคงใช้สำหรับงบลงทุนของบริษัท allnex ประมาณ 388 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เหลือจะใช้สำหรับงบลงทุนของโครงการ Olefins Feedstock Security Enhancement ประมาณ 110 ล้านเหรียญสหรัฐ และงบลงทุนของบริษัทและบริษัทย่อย (ไม่รวม allnex) อีกประมาณ 55 ล้านเหรียญสหรัฐ


