GGC เผยผลประกอบการปี 68 มีรายได้จากการขาย 19,909 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% แต่ขาดทุนสุทธิ 683.84 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 158% จากปีก่อน สาเหตุในช่วงไตรมาส 3/68 บริษัทฯ รับรู้ค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจำนวน 231 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายเมทิลเอสเทอร์ปรับลดลงจากสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่ภาครัฐปรับลดลงจาก B7 ในปีก่อนมาอยู่ที่ B5
นายเต็มวิทย์ เจติยานุวัตร ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการเงินและการบัญชี บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 19,909 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% มี Adjusted EBITDA จำนวน 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปีที่ผ่านมาในช่วงไตรมาส 3/2568 รับรู้ค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจำนวน 231 ล้านบาท โดยเป็นการพิจารณาตามหลักการบัญชีในการปรับลดการบันทึกมูลค่ายุติธรรรมของที่ดินที่ถูกนำมาจำนอง ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิรวม 683.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 264.93 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 4,695 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 14% จากไตรมาส 4/2567 และมี Adjusted EBITDA จำนวน 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากไตรมาส 4/2567 โดยในโตรมาส 4/2568 นี้บริษัทฯ มีการรับรู้ Stock Loss & NRV จำนวน 20 ล้านบาท ทำให้มี EBITDA จำนวน 112 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน 50%
สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการขายเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่ภาครัฐปรับลดลงจาก B7 ในปีก่อนมาอยู่ที่ B5 ตลอดทั้งปี ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ภาครัฐได้ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการเที่ยวดีมีคืน รวมถึงมาตรการตรึงราคาและลดราคาขายปลีกน้ำมันไบโอดีเซลผ่านการใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลของประเทศ ขณะที่ราคาขายเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลก ส่งผลให้ปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์ จำนวน 11,655 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน
ส่วนกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ในปี 2568 ราคาผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 41% ตามราคาวัตถุดิบที่มีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานของน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบที่มีทิศทางตึงตัว และความต้องการใช้ CPKO ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานในกลุ่ม Fatty Acid และ Fatty Alcohol ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ปริมาณขายผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ปรับตัวลดลง 6% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการแฟตตี้แอลกอฮอล์มีทิศทางที่ค่อนข้างผันผวน ส่งผลทำให้ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์จำนวน 8,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%
สำหรับธุรกิจอื่น จากแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการมุ่งสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจ Food & Nutraceutical ซึ่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัชต่างๆ เช่น กลุ่มสารให้ความหวาน กลุ่ม Plant Based Protein กลุ่ม Antioxidant Extract เป็นต้น โดยในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากธุรกิจ Food & Nutraceutical จำนวน 94 ล้านบาท


