xs
xsm
sm
md
lg

ขสมก.เซ็นสัญญา’นครชัยแอร์’แล้ว เช่ารถเมล์ไฟฟ้า 1.49 หมื่นล้าน -จ่อทุ่ม 600 ล้านปรับปรุง"อู่จอด-ติดตั้งหัวชาร์จ"12 แห่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขสมก.ลงนามสัญญา”นครชัยแอร์” เช่ารถเมล์ไฟฟ้า (EV) ปรับอากาศ 1,520 คัน ระยะเวลา 7 ปี วงเงิน 1.49 หมื่นล้านบาท คาด NTP เริ่มงานไม่เกินมี.ค. 69 รับรถล็อตแรก 500 คันมี.ค. 70 จ่อทุ่มงบ 600 ล้านบาทลงทุนปรับปรุงพื้นที่ 12 อู่จอดและสถานีชาร์จไฟฟ้ามั่นใจปี 70 ลดต้นทุนเชื้อเพลิงค่าซ่อมได้ตามเป้า
 
รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ขสมก.ได้ลงนามกับ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ในการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (Electric Vehicle : EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี  วงเงิน 14,905 ล้านบาท  โดยขสมก.จะมีหนังสือถึงเอกชนภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา เพื่อแจ้งถึงกำหนดเริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มงานกันในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2569 เพื่อให้รับมอบรถโดยสาร EV ชุดแรกจำนวน 500 คัน ภายในเดือน มี.ค. 2570 (หลังจาก NTP 300 วัน) และรับมอบครบทั้ง 1,520 คันภายในเดือน พ.ค.2570 (ภายใน 360 วันหลังจาก NTP ) เป็นรถของ NEX และ EA ที่ต้องรับผิดชอบดูแลเหมาซ่อมตลอดระยะเวลา 7 ปี
 
 
ทั้งนี้ การกำหนดระยะเวลาส่งมอบรถล็อตแรกภายใน 300 วัน เนื่องจากจะต้องมีเวลาในการเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของเอกชนที่ต้องดำเนินการผลิตรถ ส่วน ขสมก.เองจะต้องเตรียมพื้นที่สำหรับเป็นอู่จอดรถโดยสาร EV จำนวน 1,520 คัน และรองรับการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยตั้งกรอบงบประมาณปี 2569 วงเงิน 600 ล้านบาท สำหรับดำเนินการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด   ซึ่งเบื้องต้นกำหนดพื้นที่จอดและชาร์จไฟฟ้าจำนวน 12 อู่  
 
โดยเป็นอู่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก. จำนวน 5 แห่ง สามารถรองรับรถโดยสาร EV ได้ 574 คัน ได้แก่ อู่บางเขน อู่มีนบุรี อู่สวนสยาม อู่รังสิต  อู่แสมดำ ส่วนอีก 7 แห่งเป็น พื้นที่หน่วยงานของรัฐ และเอกชน ประกอบด้วย สถานีเคหะ สถานีคลองบางไผ่ (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ปู่เจ้าสมิงพราย (กรมทางหลวงชนบท) คลองเตย (การท่าเรือแห่งประเทศไทย) สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า (บริษัท ขนส่ง จำกัด) ไทรน้อย (เอกชน) และเชียงราก (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย) อยู่ระหว่างเจรจาการเช่าใช้พื้นที่
 
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 คณะกรรมการตรวจรับฯ ขสมก.มีการประชุมเพื่อกำหนดแผนดำเนินงานในภาพรวม และเตรียมแจ้ง NTP ซึ่งจะมีรายละเอียดของ 12 อู่ ว่าต้องมีการติดตั้งหัวจ่ายไฟฟ้าจำนวนเท่าไร ส่งมอบรถโดยสาร EV จำนวนเท่าไร พร้อมกำหนดส่งมอบที่ชัดเจน
 
สำหรับเงื่อนไขการส่งมอบรถกำหนด 3 งวด ตามทีโออาร์ ประกอบด้วย

-งวดที่ 1 ส่งมอบจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 300 วันหรือประมาณเดือนมี.ค. 2570
-งวดที่ 2 ส่งมอบจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 330 วัน หรือภายในเดือนเม.ย. 2570
-งวดที่ 3 ส่งมอบจำนวน 520 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 146 หัว ภายใน 360 วันหรือภายในเดือนพ.ค. 2570

กรณีไม่ส่งมอบรถตามกำหนดแต่ละงวด จะปรับตามจำนวนรถโดยสารที่ส่งไม่ครบเป็นรายวัน อัตราร้อยละ 0.20 ของราคารถที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องชดเชยความเสียหายจากการขาดรายได้ค่าโดยสารจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน  ส่วนระบบอัดประจุไฟฟ้าที่ส่งไม่ครบเป็นรายวัน ปรับในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาระบบอัดประจุไฟฟ้าต่อวันตามจำนวนที่ส่งไม่ครบ
 
 รถโดยสาร EV จำนวน 1,520 คัน ขสมก.จะนำมาให้บริการทดแทนรถโดยสารธรรมดา (รถร้อน) จำนวน 1,520 คัน ที่จะทยอยถอนออกจากระบบ โดยจะพิจารณานำไปใช้ประโยชน์ในการให้บริการรูปแบบอื่นๆ ต่อไป ซึ่งเมื่อปลดรถเมล์ร้อนออกไปทั้งหมด นอกจากช่วยลดมลพิษแล้วยังประหยัดต้นทุนรวมกว่า 1,442 ล้านบาท/ปี (ประมาณลดค่าเชื้อเพลิงได้ 70% และลดค่าเหมาซ่อม 1,800 ล้านบาท (ลด 100%)
 
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2567  ขสมก.ขาดทุนประมาณ 2,900 ล้านบาท ส่วนปี 2568 อยู่ระหว่างตรวจสอบงบการเงินซึ่งผลดำเนินงานใกล้เคียงปี 67 สำหรับปี 2569 เนื่องจากมีการลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นอู่จอดรถโดยสาร และรองรับการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า EV  จำนวน 1,520 คัน  ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ของขสมก. ส่วนในปี 2570 เมื่อรถโดยสาร EV เข้าประจำการและปลดระวางรถโดยสารเดิม (รถร้อน) ทั้งหมดจะทำให้ต้นทุนดำเนินการทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษาที่ลดลง ส่งผลทำให้ผลดำเนินงานขสมก.ดีขึ้น แน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น