“รองปลัดคมนาคม” ติดตามความก้าวหน้า แก้ปัญหาและอุปสรรคก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 สายระยอง-บ้านเพ หลังผ่าน 6 เดือนคืบหน้าแค่ 2.4% สั่งเร่งประสานปรับแบบเขตทางให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่รองรับการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ย้ำความปลอดภัย-สร้างการรับรู้ ลดผลกระทบระหว่างก่อสร้าง
วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคการดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 สายระยอง-บ้านเพ ตอน 1-5 ของกรมทางหลวง (ทล.) โดยมี นายอรรถสิทธิ์ สวัสดิ์พานิช วิศวกรใหญ่ด้านวิจัยและพัฒนา ผู้บริหาร ทล.ในพื้นที่จังหวัดระยอง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมการประชุม ณ แขวงทางหลวงระยอง จังหวัดระยอง
นายจิระพงศ์กล่าวว่า กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 สายระยอง-บ้านเพ ตอน 1-5 ระยะทาง 13.87 กิโลเมตร โดยลงนามในสัญญาจ้างเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ความคืบหน้า ณ เดือนมกราคม 2569 ได้ผลงานคิดเป็น 2.419% ล่าช้ากว่าแผน 4.644% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2571
โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างขยายช่องจราจรจาก 4 เป็น 8 ช่องจราจร เกาะกลาง สะพานกลับรถ สะพานลอยคนเดินข้าม สะพานบก ก่อสร้างต่อความกว้างสะพานบก ระบบระบายน้ำใต้ทางเท้า สะพานคอนกรีตอัดแรง ก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามจุดกลับรถ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟกะพริบบนทางหลวง ในการดำเนินโครงการฯ มีสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างตามแนวสายทาง ได้แก่ เสาไฟฟ้า ท่อประปา สายสื่อสาร ท่อก๊าซธรรมชาติและท่อน้ำมัน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ด้วย ผู้บริหารโครงการฯ ได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้สามารถดำเนินงานตามแผนงานได้
นายจิระพงศ์กล่าวว่า โครงการฯ ต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของการก่อสร้างเป็นอันดับแรก พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การดำเนินโครงการต่อสาธารณชน บริหารจัดการจราจรในระหว่างการก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โครงการฯ เร่งรัดประสานการปรับแบบเขตทางให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และประสานงานกับแขวงทางหลวงระยองเพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมรองรับการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างให้ชัดเจน จัดทำแผนการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 14 กุมภาพันธ์นี้ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันต่อไป


