xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปู เพาเวอร์ทุ่ม124ล.ฮุบ GCI Megamouth เจ้าของโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่สหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บ้านปู เผย บริษัทย่อยบ้านปู เพาเวอร์สยายปีกลงทุนโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 100เมกะวัตต์ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากทุ่มเงิน 124 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด GCI Megamouth ซึ่งเป็นเจ้าของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน) BANPU เปิดเผยว่าบริษัทย่อย บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 Banpu Power US Corporation (BPPUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ BPP ถือหุ้น 100%ได้ลงนามในสัญญาซื้อสัดส่วนความเป็นเจ้าของ (Membership Interest Purchase Agreement หรือ MIPA) กับ Grid Connected Infrastructure, LLC เพื่อเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 100% ใน GCI Megamouth, LLC ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth โดยมูลค่าการเข้าซื้อสัดส่วนความเป็นเจ้าของ หรือ Membership Interest จำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 124 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะมีความพร้อมในการเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3/69 โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานไฟฟ้า 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 2,799 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2570

การลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในกลุ่มไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือ Power+ โดยมุ่งเน้นการขยายการลงทุนเพื่อปรับพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าไปสู่สินทรัพย์คาร์บอนต่ำที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่าง ต่อเนื่องและมั่นคง เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ระยะยาวของ BANPU ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics ในการขับเคลื่อน การเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน


นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPPเปิดเผยว่าBPPเดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนในสหรัฐฯด้วยการเข้าลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เมกะเมาท์ (Megamouth Battery Energy Storage System: BESS)ผ่านบริษัทลูกBanpu Power US Corporation (BPPUS)มูลค่าประมาณ 90ล้านเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า 2,799 ล้านบาทตั้งอยู่ที่เมืองฮิวสตันรัฐเท็กซัสสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาด BESSที่ใหญ่เป็นอันดับ 2และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ

โครงการนี้มีขนาดกำลังไฟฟ้า 100เมกะวัตต์และความจุพลังงาน 200เมกะวัตต์ชั่วโมงเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ CenterPoint Energyผู้ให้บริการระบบสายส่งหลักในเมืองฮิวสตันทั้งนี้ระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าวจะดำเนินการจำหน่ายและส่งไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOTที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (Data Center)โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)ในไตรมาส 4ปี 2570

การลงทุนครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายใต้ ‘Power+’ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง)ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักภายหลังการควบบริษัทกับบริษัทบ้านปูจำกัด(มหาชน)พร้อมเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าการกักเก็บไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้าเพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าที่กำลังก้าวสู่ภูมิทัศน์พลังงานยุคใหม่อย่างรวดเร็ว

ตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOTเป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่มีการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐฯคาดว่าความต้องการไฟฟ้าของสหรัฐฯในช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม)อาจเพิ่มขึ้น 70%ภายในปี 2574แตะระดับประมาณ 143กิกะวัตต์ขณะที่ราคาพลังงานผันผวนจากสภาพอากาศแปรปรวนและสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้การบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้นขณะเดียวกันระบบไฟฟ้าใน ERCOTยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin)ที่มีแนวโน้มลดลงแต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากจากData Centerรวมถึงการที่ ERCOTยังไม่มีกลไกตลาด Capacity Market ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้มีไฟฟ้าสำรองเพียงพอในช่วงที่มีความต้องการสูง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ERCOT เป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่เผชิญความท้าทายด้านการจัดการระบบไฟฟ้าสูงกว่าหลายตลาดในสหรัฐฯ ทำให้ BESS กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นให้กับโครงข่ายไฟฟ้า

นายอิศรา กล่าวว่า BPPเล็งเห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์นี้จึงตัดสินใจเข้าลงทุนโครงการ BESSในสหรัฐฯเพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) พร้อมเปิดโอกาสในการให้บริการธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเช่นธุรกิจศูนย์ข้อมูลและธุรกิจเชิงพาณิชย์รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายไฟฟ้าในสหรัฐฯผ่าน BPPUS ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารโครงการเพื่อความยืดหยุ่นในการสร้างรายได้ที่มั่นคงตลอดจนการดูแลรักษาระบบให้เสถียรพร้อมดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานอย่างครบวงจรครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนพลังงานหมุนเวียนระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มบ้านปูในตลาดพลังงานโลกอย่างมั่นคง

โครงการ BESSนี้จะสร้างรายได้หลักจากโมเดลธุรกิจ Energy Arbitrageซื้อไฟช่วงราคาต่ำ–ขายช่วงราคาสูงและ Ancillary Servicesบริการเสริมที่สนับสนุนเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้ารองรับสถานการณ์ความผันผวนของระบบไฟฟ้าใน ERCOTพร้อมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์จาก Investment Tax Credit (ITC)ประมาณ 40%ของมูลค่าการลงทุน


กำลังโหลดความคิดเห็น