สำหรับบางองค์กร “พลังงาน” อาจหมายถึงสินค้าหรือเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเครื่องจักร แต่สำหรับ กลุ่มไทยออยล์ พลังงานคือรากฐานสำคัญของ “คุณภาพชีวิต”
ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยออยล์ เลือกที่จะไม่ใช้เพียงงบประมาณในการแก้ปัญหา แต่เลือกใช้ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร นั่นคือ “ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงาน” มาสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม ผ่านโครงการสำคัญที่ชื่อว่า “Sustainable Energy for Healthcare & Education” ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับพื้นที่ห่างไกล และในปี 2568 นี้ โครงการได้ขยายผลครั้งสำคัญสู่พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดตาก
“โรงพยาบาลพนม” หัวใจของชุมชนในหุบเขา
การเดินทางสู่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เต็มไปด้วยความท้าทายด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขาและมีฝนตกชุก ที่นี่คือที่ตั้งของ “โรงพยาบาลพนม” สถานพยาบาลที่เปรียบเสมือน “หัวใจของชุมชนในหุบเขา” เพราะต้องดูแลประชากรกว่า 40,000 คน และทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลด่านหน้าในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการถึง 6 ตำบล
ทว่าเบื้องหลังการช่วยชีวิต โรงพยาบาลต้องเผชิญภาระหนักอึ้งจากค่าไฟฟ้าที่สูงถึงปีละประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณมหาศาลที่ควรถูกนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลมากกว่า
แก้โจทย์ยากด้วย “ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมพลังงาน”
เมื่อ ไทยออยล์ เข้ามาสานต่อภารกิจ สิ่งที่ทำไม่ใช่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั่วไป แต่คือการระดมทีมวิศวกรลงพื้นที่ศึกษาปัญหาจริง ทีมงานพบว่าด้วยสภาพอากาศที่ฝนตกชุก และมีแสงแดดน้อยในบางช่วง จำเป็นต้องออกแบบระบบ Solar Cell แบบ On-Grid ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 78 กิโลวัตต์ ที่มีความพิเศษทางเทคนิค เพื่อให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
เทคโนโลยีแผงประสิทธิภาพสูง: เลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดพิเศษที่สามารถรองรับและกักเก็บพลังงานได้รวดเร็ว แม้ในช่วงเวลาที่มีแสงแดดน้อย
จัดการพลังงานด้วย Power Optimizer: นี่คือหัวใจสำคัญทางเทคนิค โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ Power Optimizer เพื่อช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบ และที่สำคัญคือสามารถ รายงานความผิดปกติแบบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน ได้ทันที ทำให้การดูแลรักษาเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำ
ความปลอดภัยสูงสุดด้วย Rapid Shutdown: เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและผู้ป่วย ระบบนี้มาพร้อมฟังก์ชัน Rapid Shutdown ที่สามารถตัดวงจรไฟฟ้า (หยุดการจ่ายไฟฟ้า DC) ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เปลี่ยนค่าไฟ เป็นอุปกรณ์การแพทย์
ความสำเร็จของระบบวิศวกรรมนี้ ไม่ได้วัดกันที่กิโลวัตต์ แต่วัดกันที่ “ชีวิต” ที่ได้รับการดูแลดีขึ้น เงินค่าไฟฟ้าที่โรงพยาบาลประหยัดได้ จะถูกนำไปจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน ได้แก่
เครื่องตรวจจอประสาทตา เพื่อตรวจภาวะเบาหวานขึ้นตา เพื่อคัดกรองและรักษาผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างทันท่วงที
อุปกรณ์ล้างไต ซึ่งรองรับหน่วยล้างไตที่จะเปิดให้บริการ เพื่อลดภาระผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไกล
สนับสนุน “ธนาคารอุปกรณ์” เพื่อเสริมศักยภาพในการให้ยืม เตียงผู้ป่วย, เตียงผู้พิการ, รถเข็น, ถังออกซิเจน และเบาะลม ให้ประชาชนนำกลับไปดูแลผู้ป่วยต่อที่บ้าน
ส่งต่อแสงสว่างสู่พื้นที่ชายแดน
ภารกิจของ ไทยออยล์ ในปี 2568 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่สุราษฎร์ธานี แต่ยังขยายแสงสว่างแห่งโอกาสไปยังพื้นที่ห่างไกลใน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อีก 6 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (รร.ตชด.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้แก่
1. รร.ตชด.บ้านเลตองคุ (Off-Grid 8.82 kW)
2. รร.ตชด.บ้านแม่จันทะ (Off-Grid 5.04 kW)
3. รร.ตชด.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (บ้านหม่องกั๊วะ จังหวัดตาก) (Off-Grid 7.56 kW)
4. รร.ตชด.บ้านแม่กลองคี (On-Grid 12.60 kW)
5. รพ.สต.บ้านนุโพ (Off-Grid 5.04 kW)
6. รพ.สต.บ้านหม่องกั๊วะ (Off-Grid 5.04 kW)
ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของ ไทยออยล์ ที่จะยังคงเดินหน้าใช้ความรู้เพื่อสังคม สานต่อวิสัยทัศน์ “Empowering Human Life through Sustainable Energy and Chemicals” (สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน) ให้พลังงานเป็นมากกว่าแค่กระแสไฟฟ้า แต่เป็นพลังที่ช่วยต่อลมหายใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง


