รฟท.อัปเดต แก้สัญญา”ไฮสปีด 3 สนามบิน”ยังต้องหารือ ”อัยการสูงสุด”ทำความเข้าใจ หลักประกันค่าก่อสร้างโยธา 1.2 แสนล้านบาท เอกชนวางการันตีก่อสร้างเสร็จใน 5 ปี ส่วนหลักการ จบแล้ว รอชงครม.ชุดใหม่
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้รายงานความคืบหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) มูลค่าลงทุน 224,544.36 ล้านบาท ที่มีบริษัท เอรา วัน จำกัด (ซี.พี.) เป็นผู้รับสัมปทาน ระยะเวลา 50 ปี ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.วันที่ 29 ม.ค. 2569 เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า กรณีที่มีการแก้ไขสัญญา ซึ่งการรถไฟฯได้ดำเนินการเจรจาได้ข้อสรุปในหลักการและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด อีอีซี) เห็นชอบหลักการไปแล้วก่อนหน้านี้ รอขั้นตอนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เนื่องจาก มีประเด็นเกี่ยวข้องกับภาระงบประมาณที่จะต้องจ่ายคืนค่าร่วมลงทุนกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561
ส่วนกรณีร่างสัญญาซึ่งรฟท.ได้เจรจาประสานกับเอกชนเสร็จแล้ว กรณีปรับวิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการฯ (Public Investment Cost: PIC) ทั้งโครงการ จากเดิมกำหนดชำระเงินเมื่อก่อสร้างโครงการฯ แล้วเสร็จเป็นก่อสร้างไปจ่ายไป โดยสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็น 18 ประเด็นนั้น ขณะนี้ เหลือประเด็นเดียวที่จะต้องหารือกับทางอัยการสูงสุดเพื่อทำความเข้าใจ คือ เรื่องหลักประกันก่อสร้างงานโยธาวงเงินประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งตัวนี้เป็นหลักประกันว่า เอกชนจะดำเนินการก่อสร้างและเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงฯ ได้ภายใน 5 ปี และหลังจากก่อสร้างเสร็จก็จะคืนหลักประกันเพิ่มเติมส่วนนี้ ให้เอกชน หลักประกันนี้ รัฐจะใช้เป็นค่าชดเชยกรณีที่เอกชนไม่สามารถก่อสร้างโครงการต่อไปได้
ซึ่งรฟท.กับเอกชน หารือเข้าใจตรงกันแล้ว แต่ในส่วนของอัยการสูงสุด อาจจะยังเข้าใจไม่ตรงกันในถ้อยคำและความหมาย ในการบังคับใช้หลักประกันส่วนนี้ จึงต้องมีการหารือเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันโดยหลังจากนี้ รฟท.จะทำหนังสือหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด
"ศุภชัย"ลาออกซี.พี.ไม่กระทบ"ไฮสปีด"
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร (CEO) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ส่งผลกระทบอะไรกับโครงการหรือไม่ นายอนันต์กล่าวว่า รับทราบเรื่องนี้จากข่าว ซึ่งทางบริษัท เอเขีย เอราวัน จำกัด ไม่ได้แจ้งอะไรเข้ามา ซึ่งโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเป็นความผูกพันระหว่างการรถไฟฯกับบริษัท เป็นเรื่องขององค์กร ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล ไม่น่าจะมีผลกระทบแต่อย่างใด


