xs
xsm
sm
md
lg

ส.อ.ท.ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ 1.5 ล้านคัน ลุ้นอานิสงส์เลือกตั้งหนุนขายใน ปท.เพิ่มแตะ 5.5 แสนคัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส.อ.ท.ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.05% แบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน และผลิตเพื่อขายในประเทศ 550,000 คัน เพิ่มขึ้น 10.15% มาจากการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ต้้งเป้าการผลิตรถยนต์ในปี 2569 อยู่ที่ 1,500,000 คัน มากกว่าปีก่อนซึ่งมีการผลิตรถยนต์จำนวน 1,455,569 คัน หรือเพิ่มขึ้น 3.05% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน เท่ากับ 63.33% ของยอดการผลิตทั้งหมด ซึ่งลดลงจากปีก่อน 0.65% และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน เท่ากับ 36.67% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 10.15% จากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 499,339 คัน เนื่องจากมีความหวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้เร็ว ทำให้พิจารณาเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด และรัฐบาลใหม่จะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจความเชื่อมั่นจากการลงทุนต่างชาติโดยตรง (FDI) มากขึ้น โดยบีโอไอแจ้งว่ามีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่าหนึ่งล้านล้านบาท และธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ลดปัญหาหนี้ครัวเรือนลงทำให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อเพิ่มอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และทำให้ธุรกิจมีโอกาสในการขยายการลงทุน ทำให้มีเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจทำให้ GDP ปรับตัวดีขึ้น


นายสุรพงษ์กล่าวว่า หากการเลือกตั้งไม่มีพรรคได้เลือกเสียงข้างมากจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลช้า การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569, การส่งออกชะลอตัวลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน, ความขัดแย้งระหว่างชายแดน, ข่าวมิจฉาชีพในชายแดนไทยอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงมากกว่า 80% ของ GDP และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลง การใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน ทำให้อำนาจซื้อลดลง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำย่อมส่งผลกระทบต่อการขายรถยนต์

สำหรับเป้าหมายการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ปีนี้ที่ 950,000 คัน ลดลงจากปีก่อน 0.65% เนื่องจากมาตรการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า มาตรการ Euro 6 และการใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากจีนเข้ามาแข่งขันในประเทศคู่ค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งชายแดนประเทศไทย, ความแปรปรวนสภาพอากาศ, สงครามการค้า การขาดแคลนชิ้นส่วนจากความเข้มงวดส่งออกแร่หายาก

แต่หากศาลสูงสหรัฐอเมริกาตัดสินว่าภาษีศุลกากรประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของไทยเพิ่มมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น