“พิพัฒน์” เป็นสักขีพยานมอบเงินเยียวยา 2 ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุเครนถล่ม "พระราม 2" โดย ทล.-อิตาเลียนไทย มอบ 1.15 ล้านบาท พร้อมเร่งการช่วยเหลือโดยเร็ว ยัน "คมนาคม" ไม่ทอดทิ้งติดตามเยียวยาจนได้รับเงินครบถ้วน
วันที่ 23 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 08.30 น. ณ หอประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบเงินเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คานปูนและเครนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 จังหวัดสมุทรสาคร พังถล่ม
ในพิธีดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคมร่วมเป็นสักขีพยานได้แก่ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก และนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม โดยมี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และคณะผู้บริหารกรมทางหลวง, อธิบดีกรมการขนส่งทางราง, รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย, คณะผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และครอบครัวผู้เสียชีวิต เข้าร่วมพิธี
นายพิพัฒน์กล่าวแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของรัฐคือการยืนอยู่เคียงข้างประชาชนในยามยากลำบาก และต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความประมาทเลินเล่อหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการทางปกครองอย่างเคร่งครัดสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อสร้างบรรทัดฐานความรับผิดชอบต่อสังคม และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกโครงการก่อสร้างภายใต้กระทรวงคมนาคมยึดถือหลักการสำคัญสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานต้องมาก่อน”
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ได้มีการมอบเงินเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย โดยได้รับเงินสงเคราะห์พระราชทานจำนวน 20,000 บาท และในวันนี้จะมีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมเป็นเงินชดเชยเยียวยาจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มอบให้รายละ 1,150,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมจากกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง ตลอดจนสิทธิความคุ้มครองของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น
- พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
- พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม
- กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี
- สิทธิประโยชน์กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ กองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็นต้น
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้พูดคุยให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงคมนาคมจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะดูแลช่วยเหลือการยื่นเอกสารตามกระบวนการเยียวยาทั้งหมดจนได้รับเงินครบถ้วนสมบูรณ์


