xs
xsm
sm
md
lg

ดีพร้อม (DIPROM) จับมือ DPAI เร่งเครื่องต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สานฝันผู้ประกอบการ ผลักดันสู่เกษตรอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดีพร้อม (DIPROM) จับมือ DPAI เร่งเครื่องต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สานฝันผู้ประกอบการ ผลักดันสู่เกษตรอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ภายใต้แนวคิด “Agro Solutions 5.0” ผสานเทคโนโลยีอวกาศและ AI เดินหน้าปั้น 47 กิจการต้นแบบ ขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) โดยกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) จัดพิธีเปิด “กิจกรรมพัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอวกาศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” อย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องสัมมนา 101 อาคารกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (กล้วยน้ำไท) ภายใต้แนวคิด "Agro Solutions 5.0 : Empowering Agro-Value Chain" เพื่อสานต่อความสำเร็จในปีที่ผ่านมา มุ่งยกระดับ 47 ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนไทย สู่การเป็นอัจฉริยะเกษตรอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงมาตรฐานการผลิตเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับสากลด้วยเทคโนโลยี AgriTech และ AI ด้วยการใส่นวัตกรรมตั้งแต่ "ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ" ผ่าน "ผู้ประกอบการกลางน้ำ" ที่มุ่งเน้นการนำ "ข้อมูล" มาขับเคลื่อนภาคเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อความแม่นยำในทุกมิติ
กิจกรรมในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายองค์กร ทั้ง คณาจารย์และนักวิจัยด้านอวกาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ผู้ประกอบการด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้านเทคโนโลยีสื่อสาร ด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ด้านเทคโนโลยีไลด้า และนักพัฒนาระบบดิจิทัล นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติ จาก นายภานุ เนื่องจำนงค์ หัวหน้าฝ่ายจัดการการเกษตร จาก GISTDA มาร่วมถ่ายทอดการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และการใช้งานแอปพลิเคชัน "แมลงปอ" หรือ Dragonfly เพื่อวิเคราะห์สุขภาพพืชและสภาพพื้นที่ผ่านดาวเทียม ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วย
นายนพดล ไพรวัลย์ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวถึงไฮไลต์การเชื่อมโยงเทคโนโลยีอวกาศและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ที่จะให้ผู้ประกอบการได้ร่วมเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงตามแนวทางการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อนำข้อมูลมาใช้ช่วยยกระดับการตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด "Nested Approach" ช่วยให้เห็นภาพรวมของพื้นที่เพาะปลูกในทุกมิติ ทั้ง "Sky View" การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อวิเคราะห์ภาพรวมพื้นที่และการเจริญเติบโตของพืช "Earth View" การใช้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) และสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ ทางการเกษตรเพื่อการวางแผนและตัดสินใจที่แม่นยำ "Underground View" การใช้ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดดิน น้ำ ทั้งระดับผิวดินและใต้ดิน แบบเรียลไทม์ เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำถึงระดับราก มิติ "Automation & AI" การนำระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติมาใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร และใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ (AI Crop Advisory)
กิจกรรมนี้นับว่าเป็นการ "ยกระดับต้นน้ำ สร้างความเชื่อมั่นสู่สากล" หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการในปีนี้ คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบ Supply Chain โดยการนำระบบ "Blockchain" มาสร้าง Thailand Agricultural Digital Passport" ให้กับสินค้าเกษตร ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งที่มาและมาตรฐานการผลิตได้อย่างชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อที่ปลายทาง เพิ่มความน่าเชื่อถือใน Supply Chain ตลาดสากล ร่วมกับแพลตฟอร์ม FarmClimate แพลตฟอร์มบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อการวางแผนและประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ มาให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกำพล โชคสุนทสุทธิ์ นายกสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม หรือ DPAI กล่าวรายงานว่า “การนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาใช้วินิจฉัยและประเมินความเสี่ยง จะช่วยให้การตัดสินใจทางการเกษตรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน เป็นความหวัง สร้างแรงบันดาลใจ สร้างมาตรฐานให้แก่วงการการเกษตรของไทย ตลอดจนสร้างการยอมรับมาตรฐานแหล่งผลิตในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก”
ด้าน นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ประธานในพิธีเปิด ระบุว่า “โครงการนี้คือโอกาสที่จะเปลี่ยนผู้ประกอบการในภาคการเกษตรให้เป็น ‘ผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมยุคใหม่’ ที่เข้มแข็ง การนำนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านการเกษตร และ ปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับแนวคิดการประยุกต์ใช้งานอย่างถูกต้อง มาขับเคลื่อนภาคการผลิตจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เข้าถึงตลาดที่มีมูลค่าสูง ตามหลักการดำเนินธุรกิจที่ ‘ทำน้อยได้มาก’ และเติบโตได้อย่างมั่นคงยั่งยืน”
สำหรับผู้ประกอบการทั้ง 47 กิจการ จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง 180 วัน โดยมีจุดเด่นคือ การพัฒนาแบบครบวงจรที่ประกอบ ด้วยการอบรมบ่มเพาะ การให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ (Coaching & Consult) ถึงพื้นที่และการต่อยอดด้านการตลาด เพื่อยกระดับการทำเกษตรของตนเองสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม ติดตามความก้าวหน้าของโครงการฯ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

โทรศัพท์: 02-430-6877 – 78


















กำลังโหลดความคิดเห็น