ก.อุตฯ ฟันคำสั่ง ม.39 สั่งหยุดกิจการโรงงานสยามเฆมีที่ปากน้ำทันที หลังเกิดเหตุสารเคมีรั่วจากน็อตไม่ครบ แนะวิธีอุดจุดเสี่ยงป้องกันอุบัติเหตุเกิดซ้ำ พร้อมให้โรงงานเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จภาย 23 มกราคมนี้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย ชุดปฏิบัติการ “เต็มเหนี่ยว” กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ (สอจ.สมุทรปราการ) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วนกรณีเกิดเหตุสารเคมีเอทิลอะซิเตท ของ บริษัท สยามเฆมี จำกัด (มหาชน) รั่วไหลลงสู่คลองสาธารณะ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 02.00 น. ซึ่งทำให้ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 22 คน
จากการสอบสวนพนักงานผู้ดูแลด้านความปลอดภัยของโรงงาน พบว่า ในระหว่างเตรียมขั้นตอนขนถ่ายสารเคมีจากเรือเข้าสู่ถังเก็บ ต้องดำเนินการเปิดวาล์วของถังเก็บ ซึ่งได้เกิดการรั่วไหลของสารเอทิลอะซิเตทบริเวณหน้าแปลนของท่อระหว่างถังเก็บกับท่าเรือ โดยพบว่าหน้าแปลนดังกล่าวมีการติดตั้งน็อตไม่ครบถ้วน เมื่อมีสารเคมีจากถังเก็บไหลมายังบริเวณหน้าแปลนดังกล่าวทำให้เกิดการรั่วไหล อีกทั้งท่อบริเวณที่รั่วไหลอยู่บริเวณใกล้เคียงกับกำแพงโรงงานและคลองสาธารณะ สาเหตุคาดว่าการซ่อมบำรุงของโรงงานมีความไม่ชัดเจน และคลาดเคลื่อนในการสื่อสารของงานซ่อมบำรุง
“วันนี้ สอจ.สมุทรปราการ ได้ออกคำสั่งมาตรา 39 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ให้หยุดประกอบกิจการโรงงานบางส่วนและปรับปรุงแก้ไขโรงงาน โดยมีหนังสือแจ้งคำสั่งฯ ถึง กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามเฆมี จำกัด (มหาชน) ให้ดำเนินการดังนี้ 1. หยุดประกอบกิจการโรงงานในส่วนการแบ่งบรรจุสารเอทิลอะซิเตตที่รั่วไหล 2.ให้นำน้ำเสียที่ดูดกลับจากการรั่วไหลของสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบไปกำจัดให้ถูกต้องตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 และ3.ให้มีมาตรการในการจัดการผลกระทบจากสารเคมีที่ตกค้างในแหล่งน้ำ และประชาชนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงที่ได้รับเหตุเดือดร้อน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 มกราคม 2569” นายธนกร กล่าว
สำหรับเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคลองสองพี่น้องเป็นวงกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร ทางโรงงานได้ใช้ทุ่นกักน้ำมันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ พร้อมทั้งใช้โฟมคลุมบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ และดำเนินการดูดสารเคมีที่รั่วไหลบนผิวน้ำเพื่อนำไปบำบัดต่อไป
นอกจากนี้ กรอ. ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่โรงงานดังกล่าว ดังนี้ 1.ทบทวนและปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุง และการเตรียมความพร้อมก่อนการขนถ่ายสารเคมี โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อท่อและหน้าแปลน 2. จัดทำสัญลักษณ์ ป้ายเตือน หรือเครื่องหมายแสดงสถานะการใช้งานของระบบท่อที่อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง 3.จัดทำสี สัญลักษณ์ ของท่อเพื่อให้เกิดความชัดเจน 4. ทบทวนการดำเนินการตรวจสอบและการสื่อสารของแผนงานซ่อมบำรุงให้ชัดเจน


