กนอ.โชว์ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจในภาพรวมปี68อยู่ในเกณฑ์สูง “สุเมธ ”เตรียมนำผลลัพธ์มาเจาะลึกเพื่อพัฒนาปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น ยกระดับสู่มาตรฐานสากล
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2568 กนอ.ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการรับฟัง "เสียงของผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย"
เพื่อขับเคลื่อนองค์กรตามระบบการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (Core Business Enablers) โดยผลการสำรวจในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่ง กนอ. พร้อมนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เหนือความคาดหวังของนักลงทุนและชุมชน”นายสุเมธ กล่าว
สำหรับผลการสำรวจกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญรวม 8 กลุ่ม อาทิ ผู้ประกอบการในนิคมฯทั้งไทยและต่างประเทศ ผู้พัฒนานิคมฯ เอกชน ชุมชนโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน มีประเด็นสำคัญ ดังนี้ คือด้านความพึงพอใจและทัศนคติ อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมาตรฐานการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจสูงต่อระบบการให้บริการสิทธิประโยชน์และกระบวนการอนุมัติอนุญาตที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงรุกของเจ้าหน้าที่
ด้านชุมชนและสังคม ทัศนคติของชุมชนมีทิศทางที่เป็นบวกเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการด้าน CSR และการสื่อสารที่โปร่งใส ทำให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
ดังนั้น กนอ. จึงวางแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบติดตามผลให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการปี 2569 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้การปรับปรุงบริการตรงจุดและทันท่วงที รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสผ่านรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล (GRI) เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
“กนอ.จะนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้รับไปเป็นเข็มทิศในการปรับปรุงกระบวนงานและผลลัพธ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยและความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจในการเป็นองค์กรหลักที่นำอุตสาหกรรมไทยสู่สากลด้วยความเชื่อมั่น” นายสุเมธ กล่าว


