ผู้จัดการรายวัน 360 – เซ็นทารา มองตลาดโรงแรมปลายปีนี้ยังคึกคัก ส่วนปีหน้ายังตั้งเป้่าโต 5%-10% แม้จะมีปัจจัยลบ เหตุลุยขยาตลาดและธุรกิจโดยเฉพาะในต่างประเทศ เดินหน้าเรื่องความยั่งยืนต่อเนื่อง เผยความสำเร็จที่ผ่านมา
นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (CENTEL) เปิดเผยว่าในปีหน้า (2569) มองว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังคงไปได้มีการเติบโต แต่ในช่วงระหว่างทางหรือระหว่างปี อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างทีเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบภาพรวมก็ได้ เหมือนอย่างเช่นปีนีี้ที่มีปัจจัยลบภายนอกเข้ามากระทบหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสงครามชายแดน แผ่นดินไหว น้ำท่วม ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทคาดว่าธุรกิจโรงแรมจะยังคงเติบโตไม่ต่ำกว่า10%-15% อันเนื่องมาจากการเปิดตัวโรงแรมใหม่ และการรับบริหารโรงแรมที่อยุ่ระหว่างการเจรจาหลายแห่งเช่น ในเนปาล เวียดนาม กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น หรือแม้แต่โรงแรมของบริษัทเอง เช่น ที่ โอซาก้่าญี่ปุ่น ที่เป็นการร่วมทุนจะเปิดปีหน้า ขณะที่ในไทย ก็จะมีการเปิดโรงแรมเซ็นทรัลที่กระบี่ ที่รีโนเวทใหม่เปฌนรีเซิร์ฟ แห่งที่สองต่อจากสมุย
“ส่วนปลายปีนี้สถานการณ์ต่างๆก็เริ่มดีีขึ้นแล้ว มีปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ที่อาจจะกระทบตลาด ส่วนในภาพรวมที่อื่นก็ยังเติบโตดี ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้อัตราเฉลี่ยรายได้ต่อห้องพักเท่ากับ 5% โดยรวม ซึ่งแม้ว่าตลาดจีนจะหายไปมากแต่เราไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาตลาดจีนที่หายไป เนื่องจากมีเพียงสัดส่วนตลาดจีน 8%-10% แล้วเราก็ไปหาตลาดอื่นทดแทนซึ่งก็ทำได้ดี”
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 ปรับตัวดีขึ้นเทียบปีก่อน และปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2/2568 อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,825 ล้านบาท (ไตรมาส 3/2567: 5,594 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 231 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้น 4%) โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 44% : 56% (ไตรมาส 3/2567: 43% : 57%) และกำไรขั้นต้นรวม 3,375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3/2567: 3,128 ล้านบาท)
โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้นเล็กเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3/2567: 58%) บริษัทฯ มีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 1,464 ล้านบาท (ไตรมาส 3/2567: 1,373 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้น 7%) เทียบไตรมาส 3/2567
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์
9 เดือน ปี 2568: บริษัทฯ มีรายได้รวม 18,405 ล้านบาท (9 เดือน ปี 2567: 17,769 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 636 ล้านบาท (หรือ 4%) โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 47% : 53% (สำหรับ 9 เดือน ปี 2567: 45% : 55%)
ขณะที่กำไรขั้นต้นรวม 10,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 560 ล้านบาท หรือ 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (9 เดือน ปี 2567: 10,106 ล้านบาท) โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับปีก่อน (9 เดือน ปี 2567: 59%)
นายธีระยุทธ
กล่าวถึงกลยุทธ์ความยั่งยืนด้วยว่า
ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เซ็นทาราได้ยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี
2009
ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ
20
ปี
ที่ผ่านมา
เซ็นทาราสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่สำคัญได้ครบถ้วนในทุกมิติ
ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม
(Environment),
สังคม
(Social)
และธรรมาภิบาล
(Governance)
ได้อย่างโดดเด่นและเพื่อเป็นการตอกย้ำในเรื่องของวิสัยทัศน์
กลยุทธ์ และเป้าหมายด้าน
ESGของบริษัท
เซ็นทารายังได้ประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้ชื่อ
C-E-N-T-A-R-A
Sustainability Blueprint
ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเซ็นทารา
เพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาหลักปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาวโดยกลยุทธ์นี้
แยกออกเป็น7
หัวข้อ
อันได้แก่

ทั้งนี้
ยังได้รวบรวมเอาโรดแมปด้านความยั่งยืนของบริษัท
ตั้งแต่ปี2009
– ปัจจุบัน
เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตในภาพรวมออกมาได้ดังต่อไปนี้
ด้านสิ่งแวดล้อม
(Environment)
เซ็นทารามุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ
อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในระยะยาว
ดังนี้
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจก31.53
kgCO2eต่อห้องพักที่มีการใช้งานลดลงได้แล้วกว่า
35%
ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงแรมในไทยตาม
Cornell
Hotel Sustainability Benchmarking (CHSB) Indexถึง
51.94%
ทั้งนี้
เซ็นทาราตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี
2050
(Net Zero 2050)โดยได้กำหนด
3
พันธกิจหลักในการบรรลุเป้าหมาย
Net
Zeroดังนี้
การขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบ
ด้านสังคมและชุมชน
(Social)
เซ็นทาราเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมต่างๆ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน
สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
รวมถึงเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพ
ผ่านโครงการและนโยบายขององค์กร
อาทิ
ด้านธรรมาภิบาล
(Governance)
เซ็นทารามุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส
รับผิดชอบ และมีจริยธรรม
โดยมีหลักการดำเนินงานและหลักปฏิบัติต่างๆ
อย่างชัดเจน
“เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม
สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เราเป็นส่วนหนึ่ง
เราจึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตขึ้นอย่างสมดุล”
นายธีระยุทธ
กล่าว “ความสำเร็จจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน
GSTC
ครบทุกโรงแรม
รวมถึงผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเซ็นทาราในระยะยาว
โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
อย่างไม่หยุดนิ่ง
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และธรรมาภิบาล(ESG)
ในมิติต่างๆ
ให้บรรลุเป้าหมาย
พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”
นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (CENTEL) เปิดเผยว่าในปีหน้า (2569) มองว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังคงไปได้มีการเติบโต แต่ในช่วงระหว่างทางหรือระหว่างปี อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างทีเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบภาพรวมก็ได้ เหมือนอย่างเช่นปีนีี้ที่มีปัจจัยลบภายนอกเข้ามากระทบหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสงครามชายแดน แผ่นดินไหว น้ำท่วม ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทคาดว่าธุรกิจโรงแรมจะยังคงเติบโตไม่ต่ำกว่า10%-15% อันเนื่องมาจากการเปิดตัวโรงแรมใหม่ และการรับบริหารโรงแรมที่อยุ่ระหว่างการเจรจาหลายแห่งเช่น ในเนปาล เวียดนาม กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น หรือแม้แต่โรงแรมของบริษัทเอง เช่น ที่ โอซาก้่าญี่ปุ่น ที่เป็นการร่วมทุนจะเปิดปีหน้า ขณะที่ในไทย ก็จะมีการเปิดโรงแรมเซ็นทรัลที่กระบี่ ที่รีโนเวทใหม่เปฌนรีเซิร์ฟ แห่งที่สองต่อจากสมุย
“ส่วนปลายปีนี้สถานการณ์ต่างๆก็เริ่มดีีขึ้นแล้ว มีปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ที่อาจจะกระทบตลาด ส่วนในภาพรวมที่อื่นก็ยังเติบโตดี ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้อัตราเฉลี่ยรายได้ต่อห้องพักเท่ากับ 5% โดยรวม ซึ่งแม้ว่าตลาดจีนจะหายไปมากแต่เราไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาตลาดจีนที่หายไป เนื่องจากมีเพียงสัดส่วนตลาดจีน 8%-10% แล้วเราก็ไปหาตลาดอื่นทดแทนซึ่งก็ทำได้ดี”
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 ปรับตัวดีขึ้นเทียบปีก่อน และปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2/2568 อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,825 ล้านบาท (ไตรมาส 3/2567: 5,594 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 231 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้น 4%) โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 44% : 56% (ไตรมาส 3/2567: 43% : 57%) และกำไรขั้นต้นรวม 3,375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3/2567: 3,128 ล้านบาท)
โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้นเล็กเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3/2567: 58%) บริษัทฯ มีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 1,464 ล้านบาท (ไตรมาส 3/2567: 1,373 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้น 7%) เทียบไตรมาส 3/2567
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์
9 เดือน ปี 2568: บริษัทฯ มีรายได้รวม 18,405 ล้านบาท (9 เดือน ปี 2567: 17,769 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 636 ล้านบาท (หรือ 4%) โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 47% : 53% (สำหรับ 9 เดือน ปี 2567: 45% : 55%)
ขณะที่กำไรขั้นต้นรวม 10,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 560 ล้านบาท หรือ 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (9 เดือน ปี 2567: 10,106 ล้านบาท) โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับปีก่อน (9 เดือน ปี 2567: 59%)
นายธีระยุทธ
กล่าวถึงกลยุทธ์ความยั่งยืนด้วยว่า
ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เซ็นทาราได้ยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี
2009
ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ
20
ปี
ที่ผ่านมา
เซ็นทาราสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่สำคัญได้ครบถ้วนในทุกมิติ
ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม
(Environment),
สังคม
(Social)
และธรรมาภิบาล
(Governance)
ได้อย่างโดดเด่นและเพื่อเป็นการตอกย้ำในเรื่องของวิสัยทัศน์
กลยุทธ์ และเป้าหมายด้าน
ESGของบริษัท
เซ็นทารายังได้ประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้ชื่อ
C-E-N-T-A-R-A
Sustainability Blueprint
ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเซ็นทารา
เพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาหลักปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาวโดยกลยุทธ์นี้
แยกออกเป็น7
หัวข้อ
อันได้แก่

ทั้งนี้
ยังได้รวบรวมเอาโรดแมปด้านความยั่งยืนของบริษัท
ตั้งแต่ปี2009
– ปัจจุบัน
เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตในภาพรวมออกมาได้ดังต่อไปนี้
ปี
2009
เซ็นทาราริเริ่มการนำระบบบริหารจัดการตามมาตรฐาน
EarthCheck
มาใช้
เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล
ปี
2014
โรงแรมในเครือต่างๆ
ได้เริ่มเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย
ในด้านโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
(Green
Hotel)โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ปี
2016
เซ็นทาราได้จัดตั้งโครงการ
My
Green Day
เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของแขกผู้เข้าพักในการไม่เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน
รวมถึงการไม่ทำความสะอาดห้องพัก
เพื่อลดการใช้น้ำและสารเคมี
อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่แขกผู้เข้าพัก
ปี
2018
เซ็นทาราลดและยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
(single-use
plastic)ในพื้นที่ให้บริการลูกค้า
โดยมีการยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก
และเปลี่ยนเป็นหลอดที่ทำจากพืช
รวมถึงการยกเลิกการใช้ถุงซักผ้าพลาสติก
และเปลี่ยนเป็นวัสดุแบบใช้ซ้ำได้
พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับของใช้ส่วนตัวภายในห้องพักเป็นแบบรีฟิลเพื่อลดการใช้บรรจุภัณพ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ปี
2019
จัดทำโครงการ
P.O.P.
Fish (Plastic Only, Please)เพื่อสะท้อนปัญหาขยะพลาสติก
โดยP.O.P
Fishจะถูกจัดวางในพื้นที่ส่วนกลางหรือบริเวณชายหาดของโรงแรม
เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำขยะพลาสติกไปหย่อนได้
ซึ่งทางโรงแรมจะรวบรวมและนำส่งไปรีไซเคิล
เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะพลาสติก
และแปรรูปขยะพลาสติกให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ปี
2021
มาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม
ภายใต้ชื่อCentara
EarthCareได้รับการรับรองมาตรฐาน
GSTC-Recognized
จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก
(Global
Sustainable Tourism Council)
สะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ
Centara
EarthCareที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ปี
2025
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราผ่านการรับรองมาตรฐาน
GSTC
ครบทั้ง
42
แห่ง
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ตามเป้าหมายของเซ็นทารา
ด้านสิ่งแวดล้อม
(Environment)
เซ็นทารามุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ
อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในระยะยาว
ดังนี้
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เซ็นทาราประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง
40%
ภายในปี
2029
เทียบปีฐาน
2019
ปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจก31.53
kgCO2eต่อห้องพักที่มีการใช้งานลดลงได้แล้วกว่า
35%
ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงแรมในไทยตาม
Cornell
Hotel Sustainability Benchmarking (CHSB) Indexถึง
51.94%
ทั้งนี้
เซ็นทาราตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี
2050
(Net Zero 2050)โดยได้กำหนด
3
พันธกิจหลักในการบรรลุเป้าหมาย
Net
Zeroดังนี้
ลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(GHG)
ต่อห้องพักที่มีการใช้งาน
ลง40%
ให้ได้
ภายในปี2029
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
ผ่านการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การบูรณาการด้านการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืน
ผ่านจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือสภาพภูมิอากาศ
การบรรเทาผลกระทบ และการปรับตัว
การขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
(Solar
Cell)เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด
14
โรงแรม
ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า
2,970
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า
300,000
ต้น
ในปี
2025
ตั้งแต่ต้นปี
จนถึงเดือนตุลาคม
สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดรวม
4,780
MWhคิดเป็น
4%
ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
ปรับปรุงระบบประหยัดพลังงาน
เช่นSmart
Sensor, Energy Management System (EMS), District Coolingและ
Building
Management System
การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ลดการใช้น้ำได้
30.08%
ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
คือลดการใช้น้ำลง20%
เทียบจากปี
2019
ในปี
2025
มีการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโรงแรมรวมกว่า
454,416
ลูกบาศก์เมตร
การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบ
ลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบได้
24.52%
สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
20%เทียบจากปีฐาน
2019
อัตรารีไซเคิลเฉลี่ย
28.85%
สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากขยะพลาสติก
เช่น กระเป๋าและหมวกUpcycling
จากขวด
PET
รวมกว่า
3,872
กิโลกรัม
จาก4
โรงแรมในจังหวัดกระบี่
ด้านสังคมและชุมชน
(Social)
เซ็นทาราเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมต่างๆ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน
สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
รวมถึงเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพ
ผ่านโครงการและนโยบายขององค์กร
อาทิ
ตั้งแต่ปี
2017
ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดีสู่ชุมชน
เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยและจัดการปัญหาขยะอาหารในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยร่วมมือกับมูลนิธิ
Scholars
of Sustenance Thailand (SOS)
โครงการ
1
โรงแรม
1
ผลิตภัณฑ์
และCommunity
Marketเพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าชุมชนกว่า
6,000
ชิ้น
จากผู้ประกอบการท้องถิ่น
และจัดสรรพื้นที่รวมกว่า
6,300
ตารางเมตร
ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในโรงแรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
เสริมสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง
โดยเซ็นทารามีอัตราการจ้างงานผู้พิการเกินกว่ากฎหมายการจ้างงาน
อีกทั้งยังมีการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน
ส่งเสริมการมอบประสบการณ์ทำงานที่ดีสำหรับพนักงานทุกคน
The
Place to Be - Best Workplace
ด้านธรรมาภิบาล
(Governance)
เซ็นทารามุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส
รับผิดชอบ และมีจริยธรรม
โดยมีหลักการดำเนินงานและหลักปฏิบัติต่างๆ
อย่างชัดเจน
เซ็นทาราได้รับการประเมินมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนระดับ
“ดีเลิศ”(5
ดาว)
ต่อเนื่องเป็นปีที่
6
จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
เซ็นทาราเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต
(Collective
Action Coalition - Thailand’s Private Sector Collective Action
Coalition Against Corruption: CAC)ตั้งแต่ปี
2559
และผ่านการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิกต่อเนื่องเป็นครั้งที่
3
และ
ได้รับรางวัลCAC
Change Agent Awardต่อเนื่องเป็นปีที่
2
ในการชักชวนคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย
จัดหาเงินกู้ส่งเสริมความยั่งยืน
(Sustainability-Linked
Loan)และออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน
(Sustainability-Linked
Bond)รวมไปถึงหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
(Green
Bond)รวมมูลค่ากว่า
8,786
ล้านบาท
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย
ESG
และสนับสนุนการลงทุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว
“เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม
สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เราเป็นส่วนหนึ่ง
เราจึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตขึ้นอย่างสมดุล”
นายธีระยุทธ
กล่าว “ความสำเร็จจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน
GSTC
ครบทุกโรงแรม
รวมถึงผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเซ็นทาราในระยะยาว
โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
อย่างไม่หยุดนิ่ง
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และธรรมาภิบาล(ESG)
ในมิติต่างๆ
ให้บรรลุเป้าหมาย
พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”


