xs
xsm
sm
md
lg

ไลฟ์สไตล์รีเทลเชน 9 พันล. เดือด ค่ายจีน-ยุโรปบุก"MOSHI"จัดทัพสู้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

  • • คาดการณ์มูลค่าตลาดปี 2569 จะแตะ 9,000 ล้านบาท เติบโต 20% ต่อปี
  • • ปีนี้มีแบรนด์ใหม่จากยุโรปอย่าง “โมชิโมชิ” เข้ามาแข่งขันในตลาดไทย
  • • โมชิโมชิวางแผนรุกตลาดไทยอย่างเต็มที่


ผู้จัดการรายวัน 360 -ตลาดเชนร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์แข่งดุขึ้นทุกปี เหตุแบรนด์นอกตบเท้าเจาะตลาดไทย คาดปี 69 มีมูลค่าแตะ 9,000 ล้านบาท โต 20% ต่อเนื่อง จับตาปีนี้มีเชนใหม่จากฝั่งยุโรปร่วมศึกอีก 1 แบรนด์ “โมชิโมชิ” จัดแผนลุยเต็มกำลัง ชู 6 กลยุทธ์ป้องแชมป์ ล่าสุดอัด 280 ล้าน ขยาย 40 สาขาใหม่ เพิ่มพื้นที่คลังสินค้าดันสินค้าลิขสิทธ์เพิ่ม มั่นใจปีนี้โตต่อเนื่องอีก 15-20% จากปีก่อนปิดรายได้ที่ 3,111.26 ล้านบาท


นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้นำร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเชนร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์ เติบโต 20% ต่อเนื่องทุกปี โดยมีข้อมูลคาดการณ์ว่าภายในปี 68-69 จะมีมูลค่าร่วม 7,000-9,000 ล้านบาท ส่วนสำคัญเกิดจากมีผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เช่นปีก่อนมี 1 แบรนด์จากประเทศจีน ส่วนปีนี้อย่างน้อยจะมี 1 แบรนด์จากฝั่งยุโรป และอาจจะมีแบรนด์จีนอีกแบรนด์ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้ามาหรือไม่ จากเดิมที่จะเข้ามาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว

การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ส่งผลให้เกิดการแข่งขัน และทำให้ตลาดเติบโตขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดรวมแล้วกว่า 10 แบรนด์ ขณะที่ภาพรวมร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตอีก 15-20%

โดยมีปัจจัยบวกมาจาก 1. การกลับมาของนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีสูงถึง 39 ล้านคน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19, 2. นโยบายภาครัฐที่ช่วยกันกระตุ้นการใช้จ่าย แม้จะเป็นระยะสั้น แต่ก็มีผลดีต่อร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์, 3. เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน หลังจากโควิด 19 การซื้อสินค้าจะเน้นคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ส่วนปัจจัยลบยังเป็นเรื่องของสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีและการแข่งขันของตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่จากต่างประเทศเข้ามา เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตของสินค้าและสไตล์ในไทยอีกมาก


“ในส่วนของโมชิโมชิ เชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญความชำนาญ และประสบการณ์กว่า 30 ปี รู้จักอินไซด์คนไทยเป็นอย่างดี เข้าใจตลาด ออกสินค้าตรงใจผู้บริโภค ที่สำคัญปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้โมชิโมชิ สามารถแข่งขันได้” นางสง่า กล่าว

ในปี 2568 นี้ บริษัทยังคงตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 15 - 20% มาจาก 3 ส่วน คือ 1. การขยายสาขาใหม่ 40 สาขาสูงสุดตั้งแต่ดำเนินการมา จากปีก่อนขยาย 34 สาขา 2. ยอดขายสาขาเดิมตั้งเป้าเติบโต 3- 5% 3. งบลงทุนรวมที่ใช้มากสุดถึง 280 ล้านบาท บวกกับงบตลาดอีก 1% ของยอดขาย เชื่อว่าจะทำให้โมชิโมชิมีการเติบโตอีก 15- 20% ในปีนี้ จากปีก่อนที่ปิดรายได้ไป 3,111.26 ล้านบาท โต 23% และรักษาส่วนแบ่งทางการกว่า 40% ไว้ได้


นางสาวบุณยวิร์ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและการปฏิบัติการ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 นี้ บริษัทตั้งเป้าสู่ผู้นำตลาดค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน ในรูปแบบของการเป็น One Stop Shopping และเป็น Top of Mind ครองใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยการชูจุดขายในเรื่องของ "ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้" เพื่อแข่งขันในตลาด

แผนงานในปีนี้จะเน้น 6 กลยุทธ์ คือ 1.เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ เพิ่มสาขาใหม่ 40 สาขา เน้นการขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และ Hyper Market รวมถึงสาขา Standalone 2 รูปแบบ คือ สาขาใกล้มหาวิทยาลัย เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักศึกษาและชุมชนโดยรอบ และ Pilot Project สาขาขนาดใหญ่พื้นที่ 300 ตารางเมตรขึ้นไปในเขตชุมชน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ส่งผลให้ปีนี้จะมีทั้งหมด 200 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ


“งบ 280 ล้านบาท จะถูกใช้ในส่วนของ 1.การขยายสาขาใหม่ 140 - 150 ล้านบาท โดยกว่า 10 สาขา จะเป็น Pilot Project และรีโนเวทสาขาเก่าอีก 50 สาขา 2. เพิ่มพื้นที่คลังสินค้าอีก 3,000 ตารางเมตร ใช้งบ 45 ล้านบาท จากเดิมคลังสินค้ามีพื้นที่ใช้สอยอยู่แล้ว 23,000 ตารางเมตร จะเพิ่มเป็น 26,000 ตารางเมตร เพื่อรับมือกับการแข่งขัน 3.ซอฟต์แวร์ ไอที และอื่นๆ อีกราว 80 ล้านบาท”

2.สร้างความได้เปรียบด้วยสินค้าใหม่ทั้งแบบมีลิขสิทธิ์และสินค้าทั่วไป โดยเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ขยายพอร์ตสินค้าในหมวดหมู่ใหม่ๆ เปิดตัวคอลเลกชั่นพิเศษที่ร่วมมือกับลิขสิทธิ์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคอลแลปส์กับศิลปินที่เป็นที่นิยมชื่นชอบ ทั้งศิลปิน K-POP และศิลปินไทย พัฒนาและออกสินค้าร่วมกัน เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและดีไซน์ และเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า โดยแต่ละเดือนจะมีสินค้าใหม่กว่า 1,000 รายการ จากปัจจุบันโมชิโมชิมีสินค้ากว่า 200,000 รายการ แบ่งเป็น 13 หมวด โดยหมวดของใช้ภายในบ้านเป็นกลุ่มที่ขายดีและทำยอดขายได้มากที่สุด

ขณะที่ในปีก่อนสินค้าลิขสิทธิ์ช่วยกระตุ้นทราฟฟิกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสินค้าลิขสิทธิ์มีสัดส่วนน้อยหรือทำยอดขายที่ 15% เท่านั้น และปีนี้ลูกค้าจะเน้นซื้อทั้งสินค้าลิขสิทธิ์และไม่มีลิขสิทธิ์พอๆ กัน โดยมียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 178 บาทต่อใบเสร็จ


3.สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ด้วยฐานสมาชิกปัจจุบันกว่า 600,000 ราย เพิ่มสิทธิประโยชน์และโปรโมชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และเพิ่มสมาชิกใหม่อีก 200,000 ราย, 4.จับโอกาสในตลาดกลุ่มสินค้าที่กำลังเติบโต โดยเน้นกลุ่ม Home Furnishing และ Fashion ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
5.พัฒนาสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งเพิ่มคุณค่า ผ่านการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมรักษาระดับราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ และ 6.ขยายการเติบโตในช่องทางออนไลน์บริษัทจะผลักดันยอดขายในช่องทางออนไลน์ผ่านการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและจัดโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมียอดขายจากออนไลน์ 2% ค้าส่ง 16% และค้าปลีก 82% โดยการเติบโตของรายได้ปีนี้จะมาจากการเปิดสาขาใหม่เป็นหลัก และและสาขาเดิมจะมียอดขายโตขึ้นอีก 3-5% หรือทั้งปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 15-30% จากปีก่อนปิดรายได้ที่ 3,111.26 ล้านบาท โตจากปีก่อนหน้า 23%.




กำลังโหลดความคิดเห็น