xs
xsm
sm
md
lg

“มากุโระ” รุก'พัฒนา-ไลเซนส์-ซื้อ' ปั้นร้าน CouCou ลุยเวสเทิร์นฟู้ด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน 360 – “มากุโระ กรุุ๊ป” โชว์ผลงานปี2567 รุกตลาดอย่างหนัก โกยรายได้เพิ่ม 30% ขยายสาขา13 แห่งในปีเดียวมากที่สุดุ พร้อมแบรนด์ใหม่ถึง 3 แบรนด์ ส่งผลปีหน้า ผุดเพิ่มอีก13 แห่ง งบลงทุน 200 ล้านบาท ล่าสุดปั้นแบรนด์ คุคูว์ ลุยอาหารตะวันตก


นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGUROเปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถปิดยอดรายได้รวมเติบโต 30% จากปีที่แล้ว หรือมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1,300-1,400 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้รวมประมาณ 1,040 ล้านบาท เนื่องมาจากการขยายสาขาที่มากถึง 13 สาขา มากที่สุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา 8-9 ปี จากเดิมต้นปีตั้งเป้าหมายจะเปิดแค่ 11 สาขาใหม่ รวมทั้งสาขาเดิมก็มีการเติบโตมากขึ้นด้วย

ขณะเดียวกันได้เปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่มากถึง 3 แบรนด์ในปีนี้คือ ร้านฮิโตริ สุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม เปิดสาขาแรกที่เอกมัย ซึ่งเป็นซับแบรนด์ของ ฮิโตริชาบู ร้าชาบูและสุกียากี้, เปิดร้านหมูทอดทงคัตสึไลเซ่นส์จากญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 20 ธันวาคม และแบรนด์ใหม่ล่าสุด ร้าน คุคูว์ อาหารสไตล์ตะวันตก แบบออลเดย์ไดน์นิ่ง สาขาแรกที่เฟรเวอร์ฮูด ถนนประดิษฐ์มนูธรรม นอกจากนั้นในปีนี้ยังได้เปิดแบรนด์ มากุโระ 5 สาขา แบรนด์ฮิโตริ 6 สาขา


ส่งผลให้ปัจจุบัน 2567 MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือ รวม 38 ร้านจาก 5 แบรนด์หลัก คือ 1.) MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสไตล์ระดับพรีเมียม 18 ร้าน 2.) SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี วัตถุดิบพรีเมียม 6 ร้าน 3.) HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้ หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 11 ร้าน และร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิมในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course ในรูปแบบ Stand Alone ซึ่งเปิดสาขาแรกที่เอกมัย 12 4.) Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึร้านดัง จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. เป็นสาขาแรก ณ เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 3 โซน Nippon Avenue และ 5.) CouCou เปิดวันที่ 25 ธ.ค. ที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม

นายจักรกฤติ กล่าวว่า แผนปีหน้า(2568)บริษัทฯ วางงบการลงทุุนรวมไว้ไม่ต่ำกว่า 150 – 200 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาใหม่ๆ 13 สาขา รวมทั้งการทำตลาด แต่ยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนระบบครัวกลางลงทุนไปแล้ว ยังคงสามารถรองรับได้อีก 2-3 ปีจากนี้


บริษัทจะเปิดทั้งแบรนด์ที่พัฒนาเองอย่างน้อย 1 แบรนด์ ส่วนแบรนด์ไลเซ่นส์นั้นก็มีการพิจารณาแต่ยังไม่มีการสรุป ส่วนแผนการเข้าซื้่อกิจการหรือร่วมลงทุนกับแบรนด์อื่นนั้นก็เปิดกว้างเช่นกันหากได้โอกาสที่เหมาะสมและแบรนด์ที่น่าสนใจ ส่วนการขยายสาขาในตลาดต่างจังหวัดในช่วง 2-3 ปีนี้อาจจะยังคงไม่มี เพราะยังคงเน้นตลาดกรุงเทพกับปริมณฑลเป็นหลักก่อน เนื่องจากตลาดกรุงเทพยังมีโอกาสอีกมาก

นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ CouCou คุคูว์ ครั้งนี้ ฉีกแนวการขยายอาณาจักร ร้านอาหารในเครือ มากุโระ กรุ๊ป จากเดิมที่จะเน้นร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งเป็นแบรนด์ล่าสุดของปีนี้ในร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก ณ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม ต้อนรับปีใหม่ 2568

โดยเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารแบบ All-Day Dining การเสิร์ฟอาหารตั้งแต่เช้า กลางวัน และเย็น รองรับลูกค้าระดับพรีเมียม และพรีเมียมแมส โดยเริ่มเปิดบริการอาหารเช้า และเครื่องดื่มต่างๆ เวลา 8 โมงเช้า และ บริการอาหารหลักตั้งแต่ 11 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม นอกจากนี้ ยังมี กาแฟ และเครื่องดื่มคุณภาพสูง ตลอดทั้งวัน โดยเราคาดว่า CouCou จะช่วยขยายฐานลูกค้าของบริษัท ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารแนวตะวันตก กลุ่มลูกค้าที่ชอบดื่มกาแฟและของหวาน ตลอดจนคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยอีกด้วย”


“CouCou หมายถึง สวัสดี ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนความเป็นกันเอง และอบอุ่นเสมือน การทักทาย ระหว่างเพื่อนสนิท ลูกค้าที่เข้ามารับประทานจะได้รับประสบการณ์ รับประทานอาหารอันอบอุ่น เหนือความคาดหมาย กับวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งที่ดีที่สุด และการสร้างแบรนด์ใหม่ ครั้งนี้ MAGURO Group ยังคงยึดมั่นในแนวทางภายใต้แนวคิด "Give More" ให้มากกว่าที่ขอ เช่นเดิม ทำให้ ทุกมื้อของ CouCou ไม่ใช่เพียงการรับประทานอาหาร แต่คือ Special Moment & Memorable Experience ที่ลูกค้าจะได้สัมผัส อย่างแท้จริง” นายเอกฤทธิ์ กล่าว

นายธีรภพ กรานเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด กล่าวว่า ยอดสมาชิกของเครือมีประมาณ 250,000 รายสิ้นปีนี้ เพิ่มจากช่วงกลางปีที่มีเพียง 150,000 รายเท่านั้น เนื่องจากการขยายฐานตลาดด้วยแบรนด์ใหม่ๆ และการทำซีอาร์เอ็ม ฐานสมาชิกจึงเพิ่มขึ้นมาก การใช้บริการของสมาชิกเฉลี่ย 2 ครั้งต่อเดือนในเครือ ส่วนการใช้จ่ายของลูกค้านั้นก็จะมีความแตกต่างกันไปแต่ละแบรนด์ เช่น มากุโระ เฉลี่ย 750 บาทต่อคน ฮิโตริ เฉลี่ย900 บาทต่อคน ซัมธิงทูเกทเทอร์ เฉลี่ย 450 บาทต่อคน ในปีหน้าบริษัทจะทำการนำเอาซีอาร์เอ็มแต่ละแบรนด์เข้ามารวมกันจากเดิมที่ต่างแบรนด์ต่างทำ

ปัจจุบัน แบรนด์มากุโระ ทำรายได้สัดส่วน 50% มากที่สุด รองลงมาเป็น ฮิโตริชาบู และ ซัมทิงทูเกทเทอร์ ส่วนแบรนด์ใหม่ล่าสุดคือ คุคูว์เป็นแบรนด์ที่มีมารจิ้นมากที่สุดในเครือ

ส่วนร้านทงคัตสึ อาโอกิ จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับความนิยมอย่างดีลูกค้าจะเต็มทุกรอบทุกวันโดยยอมรอคิวประมาณ 3 ชั่วโมงแล้ว ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล ยังสูงกว่าที่คาดไว้ประมาณ 50-60% ทำให้บริษัทฯมั่นใจว่า การเปิดสาขาเพิ่มอีก 3-4 สาขา ในปีหน้าของ Tonkatsu AOKI (ทงคัตสึ อาโอกิ) จะช่วยการสร้างการเติบโตให้บริษัทฯได้ตามแผน








กำลังโหลดความคิดเห็น