ปมร้อน จ้างพิมพ์สติกเกอร์ซีทรูเฉลิมพระเกียรติฯ สนามบินภูเก็ต ส่อผิดระเบียบ กรรมการตรวจรับพัสดุฯ เบรกจ่ายค่าจ้าง กว่า 11 ล้านบาท หลังจากเอกชนทำหนังสือวางบิล แต่พบมีการเข้าทำงานล่วงหน้า พนักงานเรียกร้อง กีรติ กิจมานะวัฒน์ กอญ.ทอท.เร่งตรวจสอบแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง
แหล่งข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากที่มีข่าวกรณีท่าอากาศยานภูเก็ตมีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ เฉพาะเจาะจง โครงการจัดจ้างพิมพ์สติกเกอร์ซีทรูเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ราคากลางที่ 11,800,000 บาท โดยพบว่ามีการดำเนินการที่ส่อขัดระเบียบพัสดุ และไม่ถูกต้องตามขั้นตอน เนื่องจากตามประกาศประมูลกำหนดเปิดซองข้อเสนอแบบเจาะจงในวันที่ 19 ก.ค. 2567 และประกาศผู้ชนะวันที่ 19 ก.ค. 2567 แต่กลับพบรายงานเป็นเอกสารว่ามีการดำเนินงานติดตั้งแผ่นสติกเกอร์ในวันที่ 17 ก.ค. 2567 ช่วงเวลา 20.30 น.ถึงเวลา 06.30 น.ของวันที่ 18 ก.ค. 2567 ก่อนที่จะมีการเปิดราคาประมูล
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2567 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โครงการฯ ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต แจ้งว่า ตามที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้มีการจัดจ้างพิมพ์สติกเกอร์ซีทรูเฉลิมพระเกียรติฯ ตามสัญญาจ้างเลขที่ DCH12-670181 ลงวันที่ 23 ก.ค. 2567 ซึ่งมี บริษัท ภูเขา แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่) เป็นผู้รับจ้าง และตามหนังสือ สนพ.ฝอต.ทภก. ที่ 590/67 ลงวันที่ 25 ก.ค. 2567 ได้แจ้งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน ดังนี้
1. นายเอกนฤน สมานรักษ์ ประธานกรรมการ 2. นายณัฐพล หนูปาน กรรมการ 3. นายชานนท พูนบำเพ็ญ กรรมการ 4. นายธนิต ยอดดำเนิน ผู้ควบคุมงาน
ซึ่งตามรายงานของผู้ควบคุมงาน ได้ดำเนินการเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2567 ตรวจพบว่าสติกเกอร์ได้มีการติดตั้งล่วงหน้าก่อนไปแล้ว ตั้งแต่บริเวณกระจกด้าน AIRSIDE GATE 11 ถึงประมาณ GATE 14 คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 70% ของพื้นที่ที่จะติดตั้งทั้งหมด
บริษัท ภูเขา แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่) ได้มีใบแจ้งหนี้/ใบส่งสินค้า/ใบวางบิล เลขที่ IVF67-00382 ลงวันที่ 30 ก.ค. 2567 เพื่อส่งมอบงานและเบิกเงิน เป็นเงิน 11,778,600 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
คณะกรรมการตรวจรับฯ ได้พิจารณาร่วมกันแล้ว เห็นว่ายังไม่สามารถรับมอบงานและเบิกเงินให้บริษัทฯ ได้เนื่องจากขณะนี้มีการร้องเรียนทางสื่อโซเชียล รวมถึงรายงานของผู้ควบคุมงาน กรณีติดตั้งสติกเกอร์ล่วงหน้าไปก่อน จึงเห็นควรแจ้งให้ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ตทราบ และหากมีข้อสรุปอย่างไรแล้ว คณะกรรมการตรวจรับฯ จะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป
แหล่งข่าวจาก ทอท.กล่าวว่า การที่เอกชนทำหนังสือ วางบิลเบิกเงินค่างานเข้ามา แสดงว่าเอกชนมั่นใจว่าได้ทำงานแล้วและมีการตรวจรับงานแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน ในวันที่ 17 ก.ค. 2567 ที่เอกชน สามารถเข้าพื้นที่ติดตั้งสติกเกอร์ได้ ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่ ทอท.ที่เกี่ยวข้องเข้าจัดการและทำบัตรผ่านพื้นที่เขต AIRSIDE ให้ ซึ่งย่อมหมายถึงการเข้าทำงานดังกล่าวต้องมีการรับรู้และต้องมีผู้ควบคุมงาน แต่กลับมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับฯ ภายหลังคือวันที่ 25 ก.ค. 2567
แหล่งข่าวจาก ทอท.กล่าวอีกว่า กรณีการจัดจ้างพิมพ์สติกเกอร์ซีทรูเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่มีการให้เอกชนเข้าทำงานก่อนที่จะมีการประมูล และทำสัญญาจ้าง เป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในการจัดจ้างของท่าอากาศยานภูเก็ตเท่านั้น ซึ่งพนักงานอยากให้ นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ตรวจสอบและให้ความสำคัญต่่อเรื่องเหล่านี้เนื่องจากกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ทอท.ที่เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นผู้บริหารสนามบินนานาชาติของประเทศหลายแห่ง


