xs
xsm
sm
md
lg

บีทีเอสลุยสร้าง "สีชมพู" เข้าเมืองทองฯ ร่วมมือบางกอกแลนด์ดันเปิดปี 67 คาดผู้โดยสาร 1.3 หมื่นคน/วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บีทีเอส” เร่งสร้างสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี วงเงิน 4 พันล้านบาท ดันเปิดปี 67 NBM เซ็น "บางกอกแลนด์" หนุนค่าก่อสร้าง 1.29 พันล้าน คาดผู้โดยสาร 1.3 หมื่นคน/วัน ส่วนเส้นทางหลัก “แคราย-มีนบุรี” แบ่งเปิด 3 ระยะ คาดผู้โดยสาร 1.8-2 แสนคน/วัน

วันที่ 2 สิงหาคม 2565 บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) (BLAND) จัดพิธีลงนามสัญญากับ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR JV consortium) ที่ร่วมทุนกันระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTSG), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STEC) และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี จำนวน 2 สถานี ได้แก่ สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (ชาลเลนเจอร์อาคาร 1) และสถานีทะเลสาบ เมืองทองธานี วงเงินลงทุนจำนวน 4,000 ล้านบาท สำหรับส่วนต่อขยาย โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2568

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เปิดเผยว่า ส่วนต่อขยายสายสีชมพูเข้าเมืองทองธานี จำนวน 2 สถานี ถือว่ามีความสำคัญ และเป็นระบบการขนส่งมวลชนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อาศัย และผู้ที่ทำงานอยู่ในเมืองทองธานีจำนวนกว่า 300,000 คน อีกทั้งยังรองรับผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าและการประชุมกว่า 10 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นส่วนที่เอกชนลงทุนเองทั้งหมดมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยได้เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อเดือน มิ.ย. 2565 ตามแผนงานจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2568 แต่จะพยายามเร่งรัดเปิดบริการในปี 2567

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพูเส้นทางหลัก (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน มิ.ย. 2561 ปัจจุบันการก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนประมาณ 1 ปีเศษ เนื่องจากมีอุปสรรคหลายอย่าง โดยอุปสรรคสำคัญคือ สถานการณ์โควิด ที่ทำให้มีปัญหาด้านแรงงาน โดยขณะนี้การก่อสร้างได้เร่งรัดตามแผนงาน โดยจะมีการทดสอบระบบการเดินรถประมาณ 5 เดือน คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการเป็นบางช่วงได้อย่างช้าไม่เกินไตรมาส 1/2566

ส่วนอัตราค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีชมพู นั้น มีกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนฯ กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งการลงทุนรถไฟฟ้านั้นไม่สามารถคุ้มค่าได้จากการเก็บค่าโดยสาร ในขณะที่การกำหนดอัตราค่าโดยสารเท่าไรนั้นจะต้องคำนึงถึงผู้โดยสารด้วย ซึ่งการที่บีทีเอสลงทุนรถไฟฟ้าเพื่อให้เกิดเป็นโครงข่ายที่จะสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นๆ เช่น กรณีเชื่อมเข้าเมืองทองธานี ก็เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ นอกเหนือจากรายได้ค่าโดยสาร ทั้งนี้ ยอมรับว่าความล่าช้ากว่า 1 ปีที่ผ่านมานั้น ทำให้มีต้นทุนเพิ่มแต่เมื่อเทียบกับมูลค่าโครงการถือว่าไม่มาก บริษัทมีศักยภาพในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นผลกระทบจากโควิด ไม่ได้เกิดจากความผิดใดๆ เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะมีมาตรการเยียวยาให้เอกชนในด้านของผลกระทบจากโควิด ซึ่งหากถึงเวลาบริษัทจะทำเรื่องเสนอขออนุเคราะห์จาก รฟม.หรือกระทรวงคมนาคมต่อไป

“เส้นทางสายสีชมพูสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้ที่สถานีวัดพระศรีฯ เชื่อมต่อสายสีม่วงที่สถานีแคราย เชื่อมต่อสายสีส้มที่สถานีมีนบุรี และเชื่อมต่อสายสีเทาที่สถานีวัชรพล จึงเป็นโครงข่ายที่ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบรางที่เชื่อมต่อกับในเมืองและนอกเมืองได้” นายคีรีกล่าว

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการบริหาร NBM กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ระหว่าง NBM กับ BLAND เป็นการลงนามในสัญญา 2 ฉบับ แบ่งเป็น 1. สัญญาให้การสนับสนุนการก่อสร้าง (Construction Support Agreement) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี 2. สัญญาก่อสร้างทางเชื่อม (Skywalk Connection Agreement) จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้ามายังตัวอาคารของเมืองทองธานี

โดยทาง BLAND ได้อนุมัติเงินสมทบและค่าสิทธิให้กับ NBM สนับสนุนการก่อสร้างประมาณ 1,293.75 ล้านบาท (รวมภาษี มูลค่าเพิ่ม) และเพื่อสิทธิของ BLAND หรือบริษัทในเครือของ BLAND ในการก่อสร้างทางเชื่อมสถานี เพื่อเชื่อมต่ออาคารหรือสิ่งก่อสร้างใดๆ อันเป็นกรรมสิทธิ์ของกลุ่ม BLAND ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเมืองทองธานี เข้ากับสถานีรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยายเมืองทองธานี นับแต่วันที่ทำสัญญา จนถึงวันที่สิทธิในการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเมืองทองธานี ตามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูระหว่าง NBM กับ รฟม.สิ้นสุดลง และยังได้อนุมัติเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาจำนวน 10.35 ล้านบาทต่อปี (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นับจากวันที่ส่วนต่อขยายเมืองทองธานีเปิดให้บริการ

@โมโนเรลสีชมพูแบ่งเปิดให้บริการ 3 ระยะ คาดผู้โดยสาร 2 แสนคน/วัน

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ และผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ MOVE บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปฯ กล่าวว่า การเปิดให้บริการโมโนเรลสายสีชมพูจะแบ่งเป็น 3 ระยะ ครบตลอดสายในปี 2566 โดยเริ่มต้นปีจะเปิดให้บริการช่วงแรกจากสถานีมีนบุรี-สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ กลางปี เปิดช่วงที่ 2 จากสถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ-สถานีกรมชลประทาน และปลายปีเปิดช่วงที่ 3 จากสถานีกรมชลประทาน-สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สำหรับส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานีนั้นจะเปิดในปี 2567-2568 โดยคาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 200,000 คน/วัน

ทั้งนี้ ส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานีจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 37 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จ เปิดให้บริการในปี 2568 จะมีปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ 13,785 คน/เที่ยว/วัน ส่วนภาพรวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จำนวน 30 สถานี (ไม่รวมสถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี) มีความคืบหน้าโครงการ 89.43% แบ่งเป็นงานโยธา 91.01% และงานระบบรถไฟฟ้า 87.90% ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้บางส่วนช่วงต้นปี 2566

@บีแลนด์ ทุ่ม 1,000 ล้านบาทผุด Skywalk เชื่อมสถานีเมืองทองฯ

ด้านนายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การต่อขยายเส้นทางสายสีชมพูเข้าเมืองทองธานีจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยช่วยให้ประชาชนทั้งผู้ที่อยู่อาศัยและผู้ที่ทำงานอยู่ในเมืองทองธานีกว่า 300,000 คน รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าและการประชุมที่มีกว่า 10 ล้านคนต่อปี จะได้รับความสะดวกสบายด้วยการได้ใช้บริการรถไฟฟ้าในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง พร้อมยังช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้อีกทางหนึ่ง ส่วนในด้านของโอกาสทางธุรกิจนั้น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เข้ามาในเมืองทองธานีนี้น่าจะช่วยส่งเสริมธุรกิจต่างๆ ในเมืองทองธานี เช่น ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค, โรงแรม, คอสโม บาซาร์, คอสโม วอล์ค, เอาท์เล็ท สแควร์, บีไฮฟ ไลฟ์สไตล์มอลล์ และ คอสโม ออฟฟิศ พาร์ค ให้มีการเติบโตมากขึ้นอีก 10-20% นอกจากนี้ ยังจะเพิ่มศักยภาพและเพิ่มมูลค่าที่ดินเปล่าในเมืองทองธานีที่มีอยู่อีก 600 ไร่ โดยจะมีมูลค่าเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเราได้วางแผนไว้ว่าจะพัฒนาให้เป็นโครงการ Mixed Use เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ทั้ง 2 สถานีจะเป็นเส้นทางส่วนต่อขยายเข้ามาในเมืองทองธานีจนถึงทะเลสาบเมืองทองธานี ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งบริษัทได้ลงทุนก่อสร้าง Skywalk วงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อจากโครงการฯ ไปยังศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค, โรงแรม, ร้านค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตและมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการอย่างสูงสุด รวมทั้งยังเป็นการต่อยอดและเพิ่มศักยภาพของการเป็นทำเลทองสำหรับโครงการใหม่ต่างๆ ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ เช่น โมริ คอนโดมิเนียม โครงการที่พักอาศัยจำนวน 1,040 ยูนิต และโรงเรียนสอนประกอบอาหารเลอโนท (Lenôtre Culinary Arts School) อีกด้วย






กำลังโหลดความคิดเห็น