xs
xsm
sm
md
lg

SCC ผนึกพันธมิตรร่วมสู้วิกฤตโลกป่วย ขับเคลื่อน ESG สู่เป้าหมาย Net Zero

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



SCC ผนึกกว่า 300 พันธมิตรระดมสมองสู้วิกฤตโลกป่วย ขับเคลื่อน ESG ชี้เป็นทางรอดเดียวที่ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตซ้ำซ้อน และร่วมกันพัฒนานวัตกรรม ผลักดันสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) เปิดเผยในงาน ESG Symposium 2022 : Achieving ESG and Growing Sustainability วันนี้ (19 ก.ค.) ว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อและความรุนแรงลดลง แต่โลกกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ เศรษฐกิจถดถอย และที่สำคัญคือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรทางธรรมชาติเสื่อมโทรม เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคสังคมต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน ESG โดยมีภาครัฐเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตซ้ำซ้อน และร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

สิ่งที่เห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีความร่วมมือมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพันธมิตรที่ร่วมมือกับ SCC มี 315 พันธมิตร มีทั้งภาคเอกชน ชุมชน กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งทำให้สำเร็จได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องมีความร่วมมือกัน การจัดงาน ESG Symposium ครั้งนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ทุกคนมาแชร์สิ่งที่ได้ทำ และมีความคืบหน้าอะไรบ้าง รวมทั้งจะมีความร่วมมือกันต่อไปอย่างไร เช่น ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีเพื่อให้กระบวนการทำงาน การผลิตมีการใช้พลังงานลดลง การปล่อยคาร์บอนลดลง เมื่อสังคมได้เห็นแล้วดำเนินการตามก็จะนำไปสู่จุดที่โลกของเรามีความยั่งยืนมากขึ้น


“แม้ว่าที่ผ่านมาคนได้เริ่มตื่นตัว ตระหนักถึงปัญหา และลุกขึ้นมาลงมือทำ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศ ตลอดจนมีความร่วมมือเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก แต่ก็ยังไม่ทันต่อวิกฤตโลกที่ทวีความรุนแรงและใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ภัยแล้ง น้ำท่วม ทรัพยากรที่เริ่มไม่เพียงพอ เกิดภาวะวิกฤตอาหาร และพลังงานขาดแคลนทั่วโลก ขณะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.1 องศา หากไม่เร่งความร่วมมือแก้ไขจนอุณหภูมิโลกร้อนเกินเป้าหมายที่ 1.5 องศา โลกจะเปลี่ยนแปลงจนเราไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเดิม ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องเริ่มลงมือแก้ไขด้วยตนเอง เริ่มจากการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ใกล้ตัวและขยายไปสู่ความร่วมมือเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงที การจัดงาน ESG Symposium 2022 ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อเร่งขยายพลังความร่วมมือให้มากขึ้นและทันต่อวิกฤตโลก ทั้งในบริบทของสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคมเหลื่อมล้ำ (Social) โดยยึดถือความโปร่งใส (Governance) เป็นพื้นฐานสำคัญในทุกการดำเนินงาน” นายรุ่งโรจน์กล่าว

ทั้งนี้ SCC ได้ยกระดับ SD Symposium ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สู่ ESG Symposium เพื่อขยายพลังความร่วมมือตามแนวทาง ESG ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยแก้วิกฤตซ้ำซ้อนที่กำลังเผชิญอยู่ โดยที่ผ่านมาเวทีดังกล่าวได้ผลักดันความร่วมมือจากระดับโลกเชื่อมโยงสู่ระดับประเทศเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขวิกฤตที่เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น ความร่วมมือสร้าง Roadmap ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตในประเทศไทยกับสมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก (Global Cement and Concrete Association - GCCA) เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยให้ดำเนินนโยบายบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050 ให้เป็นทิศทางเดียวกับระดับโลก


นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม การพัฒนาอย่างยั่งยืน SCC กล่าวว่า จากการระดมสมองของทุกภาคส่วนในงาน ESG Symposium 2022 ได้ข้อสรุป 2 แนวทางที่นำไปสู่การขยายผล และการลงมือปฏิบัติได้จริง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) ภายในปี 2065 ดังนี้ คือ 1. จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อ Net Zero ผ่านรูปแบบของ Industrial and Academic Consortium ครั้งแรกในไทย ที่ระดมความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชนจากระดับโลกและระดับประเทศ โดยมีนักวิชาการ ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายส่วน ทั้งพลังงาน ขนส่ง ไฟฟ้า ปิโตรเคมี ก่อสร้าง อุปโภคบริโภค สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สมาคมคอนกรีตโลก (GCCA) สภาอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นผู้ขับเคลื่อน

ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งทำโรดแมปการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนที่ดีที่สุดมาใช้ในประเทศไทย เช่น เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS - Carbon Capture, Utilization and Storage) การเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นพลังงานทางเลือก (Fuel Switching) พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และระบบพลังงานที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง (Hydrogen Economy) คาดว่าจะมีความชัดเจนปลายปีนี้

นอกจากนี้ มีการผนึกกำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือสร้างสังคมคาร์บอนต่ำของภาคเอกชน 60 องค์กร ผ่านความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ครอบคลุมมิติด้านพลังงานทางเลือก เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการบริโภคอย่างยั่งยืน 

จากการระดมสมองของภาคเอกชนในครั้งนี้ ได้นำไปสู่ความร่วมมือกับภาครัฐเดินหน้า 10 แนวทางการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน สนับสนุนด้านเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับพลังงานสะอาด การจัดระบบการจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมวินัยการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ งาน ESG Symposium 2022 ยังให้ความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยส่งเสริมบทบาทของผู้หญิง และกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและแก้ไขวิกฤตต่างๆ ร่วมกัน เช่น ตัวแทนเยาวชนจากอินโดนีเซีย ที่พัฒนานวัตกรรมม้วนฟิล์มพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับคนมีรายได้น้อย หรือตัวแทนเยาวชนไทยที่พัฒนาโปรแกรมแปลภาษามือ เพื่อช่วยให้คนพิการใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น 


กำลังโหลดความคิดเห็น