xs
xsm
sm
md
lg

Thai Water Plan (TWP) การกระชับการบริหารจัดการน้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะองค์กรกลางด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแผนแม่บทน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ของประเทศ

พูดง่ายๆ เพื่อเป็นคัมภีร์บริหารจัดการน้ำ สำหรับทุกหน่วยงานด้านน้ำกว่า 40 หน่วยงานยึดถือร่วมกัน
​
แต่การจะบูรณาการให้หน่วยงานด้านน้ำเดินไปตามทิศทางดังกล่าว สทนช.จำเป็นต้องมีแนวทางเครื่องมือให้ทุกหน่วยเข้าถึงด้วย
​
นั่นหมายถึงแผนปฏิบัติการทรัพยากรน้ำ และแผนงบประมาณจากทุกหน่วยงานน้ำ ต้องผ่านเข้ามาในช่องประตูเดียว เพื่อคัดกรองความเหมาะสม ลดทอนความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ ต้องเป็นไปตามแผนแม่บทน้ำที่วางไว้ และเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามที่ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดไว้

หน่วยคัดกรองแผนปฏิบัติการน้ำ และแผนงบประมาณสุดท้าย จึงเป็น สทนช. ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ กนช.

​ถือเป็นเรื่องดีที่ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องและคุมงานด้านน้ำอย่างสำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ต่างเอาด้วยกับแนวคิดนี้ ดังนั้น ไม่ว่าแผนงานปฏิบัติการน้ำจะมาจากช่องทางไหน สุดท้ายต้องผ่าน สทนช.เพียงช่องเดียว

​การบริหารจัดการน้ำของประเทศจึงเริ่มเห็นภาพชัด เห็นเป้าหมายรวมที่ร้อยเรียงเป้าหมายส่วนตัวของทุกหน่วยเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำมีพลังในทิศทางเดียวกัน

​เครื่องมือของ สทนช.ที่ว่า เรียกว่า Thai Water Plan (TWP) เป็นระบบที่จัดทำเพื่อให้หน่วยงานด้านน้ำทุกหน่วย ทั้งส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสนอแผนปฏิบัติการด้านน้ำของตัวเองเข้ามา โดยเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2566 เป็นปีแรก
​
ส่วนใหญ่ยังคงเป็นแผนปฏิบัติการน้ำจากส่วนกลางราว 80% ที่เหลือ 20% เป็นของจังหวัด และ อปท.

​ในระบบ TWP เดิมใช้ 2 แบบฟอร์ม ตอนนี้ปรับปรุงเป็นเวอร์ชันเดียวกัน เหลือแบบฟอร์มในการเสนอแผนปฏิบัติการน้ำแบบเดียวคือ แบบฟอร์ม สทนช.001
​
พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนช่วงเวลาเสนอแผนปฏิบัติการได้ถึงเดือนกันยายน 2565 สำหรับปีงบประมาณ 2567 เพื่อให้สอดรับกับการทำงานของจังหวัด และ อปท.

​“ระบบนี้ทำให้ทุกส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำสามารถเข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน สทนช. ในฐานะผู้พิจารณาสามารถตรวจการบ้านได้ว่าแผนงานโครงการที่เสนอมาตรงกับแผนแม่บทน้ำหรือไม่ ซ้ำซ้อนหรือทับซ้อนกันไหม มีความคืบหน้าอย่างไร และแม้บางแผนงานโครงการอาจพลาดงบประมาณปี 2566 ไปก็จะยังคงปรากฏรายการอยู่ในปี 2567 ถัดมา เพื่อรอยืนยันจากเจ้าของแผนงานโครงการว่าจะเดินหน้าต่อหรือยุติโครงการ เป็นผลดีที่ไม่ต้องเสนอใหม่ และสามารถทำแผนได้อย่างเป็นระบบ” ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช.กล่าว
​
ขณะเดียวกัน สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ไม่สามารถเสนอแผนปฏิบัติการด้านน้ำได้ แต่สามารถเข้าไปติดตามตรวจสอบดูได้ว่า ในพื้นที่ใด มีหน่วยงานไหน ทำโครงการใดบ้าง มีความคืบหน้าประการใด
​
ทั้งนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. เป็นประธานเปิดการประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านน้ำ ปีงบประมาณ 2567 ผ่านระบบ Thai Water Pan รวมทั้งแผนแม่บทน้ำ 20 ปี เมื่อเร็วๆ นี้

​“เป้าหมายหลักของการประชุม มุ่งให้หน่วยงาน จังหวัด และ อปท. มีความรู้ความเข้าใจแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี และแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านน้ำผ่านระบบ Thai Water Plan ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีนี้ สทนช.ได้มีการปรับปรุงพัฒนาระบบให้มีความง่าย สะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้สิทธิ์ทุก อปท.สามารถเสนอแผนฯ ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลางอย่างที่ผ่านมาอีกด้วย”
​
เครื่องมือจัดทำแผนปฏิบัติการด้านน้ำ หรือ Thai Water Plan นี้ ยังเป็นของใหม่ อาจยุ่งยากในระยะเริ่มต้น แต่อีกไม่นานจะค่อยๆ พัฒนาดีขึ้น ครอบคลุมยิ่งขึ้น และใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นำไปสู่การบริหารจัดการน้ำของประเทศได้อย่างชัดเจนที่สุด และมีประสิทธิภาพเท่าที่เคยมีมา

​เป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล สทนช. หน่วยงานเกี่ยวข้อง ซึ่งจะยังประโยชน์แก่ประเทศโดยส่วนรวมตามมา