xs
xsm
sm
md
lg

“มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” เปิดตัว 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ Smart Lifestyle เพื่อชีวิตที่สะดวกสบายและใส่ใจสุขภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ได้อยู่เคียงคู่และ เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคนไทย ในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนอกจากเรื่องคุณภาพที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนานแล้วนั้น “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศอันดับ 1 ของเมืองไทย ที่เดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคนไทย

ปักหมุดกลยุทธ์ ... ตอบโจทย์ Smart Lifestyle สร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคนไทย


แม้จะเป็นผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศ แต่ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายไลน์อัพเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย พร้อมใส่ใจในสุขภาพคู่ความปลอดภัย ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แล้ว หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกประการก็คือ การเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างธุรกิจ ทั้งระบบโลจิสติกส์และบริการหลังการขาย เพื่อมุ่งยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้มากที่สุด ซึ่งจากการให้ข้อมูลโดย นายชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ระบุว่า “บริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับ คนไทย ผ่านการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างธุรกิจ การสร้างความพึงพอใจของลูกค้า และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เป็นต้น


ทั้งนี้ ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ บริษัทฯ ได้สร้างคลังสินค้า (Smart Hub) เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าทางภาคเหนือขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อปี 2562 และได้สร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน ในปี 2564 ขณะที่เรื่องของบริการหลังการขาย ก็ได้มีการลงทุนไปกว่า 60 ล้านบาท เพื่อพัฒนานำระบบ Online service system เข้ามาใช้ ช่วยให้กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่รับเรื่องแจ้งซ่อมจากลูกค้าไปจนถึงซ่อมเสร็จ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ช่วยย่นระยะเวลาและตอบสนองต่อการซ่อมบริการได้ดียิ่งขึ้น”

“เราได้ฉลองครบรอบ 50 ปี ของการดำเนินธุรกิจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ภายใต้ปรัชญา ในการบริหารงานว่า ‘เราจะส่งมอบคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไปให้กับคนไทย และพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคนไทย ผ่านการบริการและการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านพร้อมอุปกรณ์สำหรับ ที่พักอาศัย และจะช่วยแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมองค์กร’ ซึ่งเราจะไม่หยุดยั้งในความพยายามที่จะทำให้ทุกคนในประเทศไทยมีชีวิตที่ปลอดภัย มั่นคง และ สะดวกสบาย”

เสริมแกร่งบริการหลังการขาย เพื่อการดูแลที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั้งกลุ่ม B2C และ B2B

นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ได้รับการยอมรับแล้ว อีกจุดหนึ่งที่มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ให้ความสำคัญ ก็คือ บริการหลังการขาย ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้า เป็นหลัก ทั้งนี้จากการให้ข้อมูลโดย นายประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2565 นี้ บริษัทฯ มีแผนพัฒนาบริการหลังการขายเพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าทั้งกลุ่ม B2C และ B2B มากยิ่งขึ้น โดยการนำระบบ Online service system เข้ามาใช้เชื่อมโยงศูนย์บริการมิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา และศูนย์บริการแต่งตั้งทั่วประเทศ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

“นอกจากนั้น เราจะเน้นเสริมกำลังทีมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อรองรับงานบริการ ณ ศูนย์บริการสาขา ‘สำนักงานสนับสนุนลูกค้าโครงการระบบปรับอากาศซิตี้มัลติ’ ทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขยายขอบเขตการให้บริการ “Express Team Service” หรือบริการซ่อมเครื่องปรับอากาศภายในบ้านด่วนภายใน 24 ชม. ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ เช่น ตู้เย็น พัดลม และปั๊มน้ำ เป็นต้น”


เปิดตัว 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น เน้นสร้างคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ให้กับคนไทย


เพราะมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค ในปี 2565 มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 กลุ่ม ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้า B2C และ B2B ซึ่งจากการเปิดเผยของนายทาคาชิ ฟูจิกิ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ระบุว่า “สำหรับกลุ่ม B2C บริษัทฯ เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น พัดลม เป็นต้น เพื่อให้เกิดพื้นที่ที่สะดวกสบาย โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพของเครื่องปรับอากาศพร้อมด้วยการพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงาน ทั้งด้านการไหลเวียนอากาศและความสะอาดของอากาศ

สำหรับกลุ่มธุรกิจ B2B บริษัทฯ มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ เพื่อรองรับความต้องการด้านสาธารณูปโภคที่กำลังเติบโต รวมถึงโรงแรมและร้านค้าในต่างจังหวัด โดยนำเสนอเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่เหมาะสำหรับร้านค้า คือเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม Standard Inverter M- Series เพื่อขยายธุรกิจ B2B ต่อไป”


อย่างไรก็ดี ถ้าจะพูดถึงผลิตภัณฑ์ตัวเด่นซึ่งถือเป็น “พระเอกคนใหม่” ใน พ.ศ.นี้ ต้องยกให้เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม 3D Move-eye Kiwami AW Series ซึ่งโดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์ใหม่ 3D Move-eye Kiwami มากถึง 32 จุด ตรวจจับอุณหภูมิและความเคลื่อนไหวของผู้คนได้อย่างละเอียดแม่นยำ ผสานการทำงานร่วมกับ Fast Cooling A.I. ช่วยให้เย็นเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการปรับอุณหภูมิอัตโนมัติพร้อมควบคุมทิศทางการกระจายความเย็นได้ 3 รูปแบบ ตามความเหมาะสมกับอุณหภูมิห้องและผู้ใช้งาน สัมผัสความเย็นสบายที่มาพร้อมการประหยัดพลังงาน และมั่นใจในคุณภาพอากาศด้วย Plasma Quad Plus ระบบฟอกอากาศที่ช่วยดักจับและยับยั้งสิ่งเจือปนในอากาศขนาดเล็ก เช่น เชื้อรา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส ได้ถึง 99.8%

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังเข็นทัพผลิตภัณฑ์คุณภาพมานำเสนออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (Package Air Conditioner) รุ่นใหม่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม Standard Inverter M-Series ซึ่งโดดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน, ตู้เย็น 2 ประตู รุ่น FS45 ที่มาพร้อมช่อง Soft Freezing case และ Capsule Door Pocket เพิ่มความสะดวกสบาย และระบบ Neuro Inverter เพื่อการประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น และรุ่น FC38 เพิ่มพื้นที่ความจุมากขึ้น ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย โดยเป็นรุ่นที่เพิ่มความจุต่อยอดมาจากรุ่น FC35 ที่ได้รับความนิยมอยู่เดิม

พัดลมมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ขนาด 12-18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ทันสมัย ด้วยหน้ากาก Fan grill และตัวเครื่อง รูปโฉมใหม่ ทั้งยังประหยัดพลังงานและใช้งานสะดวกสบาย

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) แผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.97% (อัตราการกำจัดต่อหนึ่งรอบ) นอกจากนี้ตัวแผ่นกรอง HEPA ยังมีส่วนผสมของสารต้านไวรัส จึงสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้ถึง 99.925% ภายใน 1 ชั่วโมง

โดยในรุ่นดีลักซ์ (MA-E100R-T) มีเซ็นเซอร์อัจฉริยะ i-see sensor ที่ช่วยส่งมอบอากาศสะอาดได้ตรงจุดและแม่นยำ และรุ่นมาตรฐาน (MA-E85 R-T) มาพร้อมฟังก์ชั่น Smart Search Sensors ช่วยดักจับทิศทางที่ส่งกลิ่นและกรองฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการไหลของอากาศทั้ง 5 ทิศทาง พร้อมระบบทำความสะอาด แผ่นกรองอัตโนมัติ

แน่นอนว่า อีกสิ่งหนึ่งซึ่งมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ให้ความสำคัญคือการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยในปี 2565 นี้ บริษัทฯ เน้นเสริมแกร่งด้านการสื่อสารออนไลน์ให้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาคอนเทนต์เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้และเข้าใจในลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ได้ง่าย พร้อมปรับปรุงรูปแบบการจัดแสดงผลิตภัณฑ์หน้าร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจในผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น และสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการร่วมเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (BGPU) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

“นอกจากนี้ เรายังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงองค์กรที่ว่า ‘Changes for the Better’ หรือ ‘การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งดีกว่า’ โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ นำเสนอแก่ผู้บริโภค เพื่อครอง Top Brand ที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจต่อเนื่อง” นายทาคาชิ ฟูจิกิ กล่าวย้ำในตอนท้าย