BEM เผยไตรมาส 1 ปี 64 มีกำไรสุทธิ 305 ล้าน ลดลงจากปีก่อน 40% จากโควิดระลอก 2 ส่วนรายจ่ายลด 21.6% ขายหุ้นกู้ 6 พันล้านช่วยลดต้นทุนการเงิน เชื่อฉีดวัคซีนทั่วถึงฟื้นเดินทาง ลั่นพร้อมประมูลชิงสัมปทาน “สีส้ม”
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 203 ล้านบาท หรือร้อยละ 40 สาเหตุหลักจากรายได้ที่ลดลงเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาสนี้ดีกว่าช่วงโควิด-19 ระบาดรอบแรก โดยช่วงต่ำสุดไตรมาส 2 ปีที่แล้วบริษัทมีกำไรเพียง 152 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย การฉีดวัคซีนกระจายทั่วถึง ปริมาณการเดินทางและรายได้ของบริษัทจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ในด้านค่าใช้จ่ายโดยรวม ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 539 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.6 จากการลดลงของค่าตัดจำหน่ายสิทธิในการใช้ประโยชน์บนงานก่อสร้างทางด่วนของทางพิเศษศรีรัช ส่วนเอ บี ซี ซึ่งได้ถูกตัดจำหน่ายหมดแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการและดอกเบี้ยจ่ายที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครบทั้งสายทาง
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา BEM ได้เสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน อายุ 3-10 ปี มูลค่า 6,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อัตราดอกเบี้ย 1.56-3.33% ทำให้ต้นทุนการเงินของบริษัทต่ำลง
นายสมบัติกล่าวว่า สำหรับการลงทุนใหม่โดยเฉพาะการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) BEM มีความพร้อมอย่างเต็มที่ รอเพียงการประกาศจากภาครัฐ