xs
xsm
sm
md
lg

WHAUP ลั่นสิ้นปีนี้สรุปซื้อโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์” เล็งซื้อ 3 โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในเวียดนาม คาดชัดเจนในปลายปีนี้ พร้อมวางงบลงทุน 1.6 พันล้านบาทในปี 64 กระตุ้นรายได้โตขึ้นกว่าปี 63

นายนิพนธ์ บุญเดชานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ศึกษาการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โซลาร์ฟาร์มที่เวียดนามที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 50-250 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในปลายปีนี้ และลงนามสัญญาเข้าซื้อกิจการได้ในปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาที่เมืองเกื๋อหล่อ ประเทศเวียดนาม อีก 3.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จาก 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ รวมทั้งวางท่อจ่ายน้ำประปาเข้ามาในนิคมอุตสาหกรรม WHA Nghe An ด้วย

ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาที่เมืองฮานอย กำลังการผลิต 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน เริ่มทยอยรับรู้ยอดขายตั้งแต่ปลายปี 2562 โดยในช่วงครึ่งปีแรกนี้บริษัทมีแผนก่อสร้างขยายเขตวางท่อเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้น้ำ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลเวียดนามได้มีการสั่งระงับการก่อสร้างทั้งประเทศ ทำให้ต้องชะลอออกไป แต่ปัจจุบันได้กลับมาก่อสร้างได้ปกติแล้ว ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 60% และคาดว่าปลายปีนี้จะเพิ่มเป็น 100% โดยโครงการนี้สามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึง 9 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อลงทุนเฟส 2 อีก 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2564

นายนิพนธ์กล่าวถึงโครงการลงทุนในไทยว่า บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา ได้แก่ โครงการน้ำ Reclaimed อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) (WHA EIE) คาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเต็มที่จำนวน 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ภายในไตรมาส 4/2563, โครงการน้ำปราศจากแร่ธาตุ ระยะที่ 2 ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) ซึ่งมีกำหนดการดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/2563 กำลังการผลิตจำนวน 4,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 กำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 8.63 เมกะวัตต์ รองรับการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตรายได้ถึง 400 ตันต่อวัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาขยายกำลังการผลิตเฟส 2 แต่ยังติดปัญหาปริมาณขยะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

บริษัทจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) อีก 15-20 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งหลังปี 2563 เพื่อขายไฟให้กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้สิ้นปี 2563 บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 592 เมกะวัตต์ จากปี 2562 อยู่ที่ 559 เมกะวัตต์

ในปี 2564 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่ารายได้จะลดลงจากปี 2562 ราว 20% เนื่องจากปีหน้าทุกธุรกิจทั้งไฟฟ้าและน้ำมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการรับรู้รายได้จากโครงการ M&A ด้วย พร้อมเตรียมงบลงทุนในปีหน้าไว้ที่ 1,600 ล้านบาท โดยไม่รวมเข้าซื้อกิจการ


กำลังโหลดความคิดเห็น