xs
xsm
sm
md
lg

ติง “แอร์พอร์ตลิงก์” ถอดเบาะเพิ่มที่ยืน-เปลืองงบ แก้ไม่ตรงจุด ส่อทิ้งทวนก่อนโอน “ซีพี”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ติง “แอร์พอร์ตลิงก์” จ่อใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านถอดเบาะ อ้างเพิ่มที่ยืน ลดแออัด ทั้งๆ ที่ใกล้จะโอนโครงการให้กลุ่ม CPH ขณะที่สำรวจความเห็นผู้โดยสาร ชี้เปลืองงบ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เแนะแก้รถเสียบ่อย หรือเพิ่มขบวนรถดีที่สุด


รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า จากที่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มีแผนที่จะถอดเบาะที่นั่งภายในตู้โดยสารเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการยืนรองรับผู้โดยสารในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ปัจจุบันมีความแออัด โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 10-20 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเชิญชวนผู้โดยสารร่วมโหวตรูปแบบการปรับเบาะ ในโครงการปรับปรุงเก้าอี้ภายในขบวนรถไฟฟ้า ผ่าน Facebook : Airport Rail Link ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2562

โดยแบบที่ 1 ติดตั้งพนักสำหรับยืนพิงหลังโดยถอดเบาะนั่งออก ส่วนแบบที่ 2 ติดตั้งพนักสำหรับยืนพิงหลังและมีเก้าอี้ที่พับได้ ซึ่งในโครงการปรับเบาะนี้จะสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้อย่างน้อย 48 คนต่อเที่ยว หรือ 8,880 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเห็นสนับสนุนแนวคิดการถอดเบาะ โดยเห็นว่า ควรใช้รูปแบบที่เป็นเบาะพับได้ เพราะช่วงกลางวันผู้โดยสารน้อยจะได้มีที่นั่ง แต่ความเห็นส่วนใหญ่ยังมองว่าการปรับเบาะไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาความแออัด โดยเห็นว่าควรเพิ่มขบวนรถ และแก้ปัญหารถเสียมากกว่า เนื่องจากรถที่มี 9 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้น้อยเกินไป เมื่อรถเสีย ล่าช้า ทำให้ได้รับความเสียหายไปทำงาน-ไปเรียนสาย ขึ้นเครื่องบินไม่ทัน การมีรถมากกว่านี้จะเพิ่มความถี่ได้ จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

“อยากให้มีโหวตข้อ 3 คือ เพิ่มขบวนรถมากกว่า เพราะสาเหตุมาจากตู้น้อย ขบวนรถน้อยไม่พอกับจำนวนผู้โดยสาร หากถอดเบาะแล้วเพิ่มได้ 48 คนต่อขบวนไม่ต้องทำให้เปลืองงบ เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า แอร์พอร์ตลิงก์มีปัญหาการให้บริการมาตลอด เนื่องจากปัญหาการซ่อมบำรุง รถที่มีอยู่ 9 ขบวน แม้ว่าปัจจุบันทางบริษัทจะยืนยันว่าสภาพรถพร้อมให้บริการทั้งหมด ส่วนความแออัดมาจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า และเย็น ขณะที่มีข้อมูลจากเพจ “วันนี้ แอร์พอร์ตลิงค์เป็นอะไร” ที่คอยแจ้งข้อมูลต่อผู้โดยสาร ซึ่งบ่อยครั้งแจ้งว่ามีรถเสีย เหลือวิ่ง 5 ขบวนบ้าง 6 ขบวนบ้าง เพื่อให้ผู้โดยสารเปลี่ยนไปใช้ขนส่งอื่นเดินทางแทน

เท่ากับปัญหาเกิดจาก รถวิ่งไม่ได้เต็มประสิทธิภาพทั้ง 9 ขบวนจริง และหากจะลงทุนถอดเบาะควรเอาเงินไปซ่อมรถให้มีประสิทธิภาพมากกว่า

นอกจากนี้ยังมีผู้แสดงความเห็นว่า เป็นการลงทุนที่เอื้อเอกชนที่กำลังจะเข้ามารับโครงการหรือไม่ ซึ่งร.ฟ.ท.ควรเร่งเซ็นสัญญา และให้ทางเอกชนเข้ามาดำเนินการ รวมถึงซื้อรถเพิ่มจะดีกว่า

สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์นั้น ตามเงื่อนไขการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะลงนามสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH)‪ ในวันที่ 25 ต.ค. 256‬2 โดยทางกลุ่ม CPH ต้องรับมอบโครงการภายใน 2 ปีหลังลงนามสัญญา โดยต้องจ่ายเงินครบ 10,671 ล้านบาท ก่อนรับโอน

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า มาตรการถอดเบาะเป็นแนวทางแก้ปัญหาความแออัดของแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งในช่วง 2 ปีก่อนที่กลุ่ม CPH จะรับโอน รัฐมีหน้าที่ต้องบริหารการเดินรถไปก่อน ดังนั้น หากรถ อุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำรุด และมีผลกระทบต่อการให้บริการ และความปลอดภัย ก็ต้องพิจารณาความจำเป็นที่จะลงทุน แม้ว่าการลงทุนนั้นจะทำให้มีผลไปอีกระยะยาวก็ไม่ถือว่าเป็นการเอื้อเอกชน

“ถ้าบอกว่าเราไม่ทำอะไรเลย รอโอนให้ซีพี พอเอกชนรับไป รถพังเลย แบบนี้คงไม่ถูกต้อง ช่วง 2 ปีนี้แอร์พอร์ตลิงก์ต้องทำหน้าที่ให้บริการต่อไป ส่วนเรื่องถอดเบาะเป็นการแก้ปัญหาแออัด ให้เปิดรับฟังความเห็นและต้องมาพิจารณาข้อมูลทั้งหมดก่อนตัดสินใจว่าสมควรจะลงทุนหรือไม่ สิ่งที่เหมาะสมที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด เคยกล่าวว่า ผู้โดยสารมีอัตราเพิ่มขึ้นมาก ปีนี้เฉลี่ย 75,000 คน/วัน สูงขึ้นจากปีก่อนที่ราว 68,000 คน/วัน โดยวันศุกร์เคยมีสูงถึง 90,000 คน/วัน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการแก้ปัญหาความแออัดภายในขบวนรถ ภายในปลายปีนี้ คือเปลี่ยนเบาะเป็นแบบพับ



กำลังโหลดความคิดเห็น...