xs
xsm
sm
md
lg

ก.พลังงานลั่น มี.ค. 63 เจรจารื้อถอนแท่นเอราวัณ-บงกชจบแน่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“กุลิศ” ยังมั่นใจภายในไม่เกินกลาง มี.ค. 63 การเจรจาจะสามารถหาข้อยุติกรณีการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมในเอราวัณ-บงกชได้ จากนั้นจะนำไปสู่การวางเงินหลักประกันการรื้อถอนตามกำหนด 120 วัน เผยภายใต้ข้อมูลใหม่จะได้ข้อยุติในทางที่ดี


นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม เปิดเผยถึงขั้นตอนการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณ-บงกช ที่จะต้องมีการวางเงินหลักประกันการรื้อถอนแท่น ว่า นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ทำหนังสือไปยังผู้รับสัมปทานเดิมเพื่อให้วางหลักประกันการรื้อถอนเต็มจำนวนไปแล้ว แต่ผู้รับสัมปทานโดยเฉพาะเชฟรอนฯ ไม่เห็นด้วย จึงให้ทำข้อมูลแย้งมาใหม่ซึ่งจะให้เวลาในการเจรจาร่วมกัน 180 วัน หรือภายในไม่เกินกลางเดือน มี.ค. 2563 เพื่อหาข้อสรุป

“ทาง "เชฟรอน, กลุ่มโมเอโกะ, โททาล" ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงเมื่อกลางเดือนกันยายน 2562 จะครบเวลาพิจารณาข้อมูลทั้งหมดกลางเดือนมีนาคม 2563 เมื่อเจรจาจบจากนั้นอธิบดีกรมเชื้อเพลิงฯ จะทำหนังสืออีกครั้งถึงผู้ได้รับสัมปทานให้มาวางหลักประกันการรื้อถอนภายใน 120 วัน ซึ่งจากข้อมูลใหม่ก็ยังมั่นใจว่าจะไม่ถึงขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ แต่ระหว่างนี้ทางเชฟรอนเองก็แจ้งว่าได้ระงับไว้ชั่วคราวแล้ว” นายกุลิศกล่าว

ทั้งนี้ รัฐพร้อมรับฟังข้อมูลบนพื้นฐานหลักการของกฎหมายที่ผู้ได้รับสัมปทานจะต้องรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมบนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมหลังหมดสัญญากับภาครัฐ ส่วนวงเงินค้ำประกันจะมากหรือน้อยหรือเท่าเดิมที่กว่าแสนล้านบาทหรือไม่ก็ต้องมาคุยกันในรายละเอียด โดยทุกฝ่ายเห็นร่วมกันว่าการดำเนินการจะไม่กระทบต่อการส่งมอบพื้นที่ให้รายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินกิจการ หลังหมดอายุสัมปทานปี 2565-2566


รายงานข่าวแจ้งว่า เดิมอธิบดีกรมเชื้อเพลิงฯ ทำหนังสือถึงผู้ได้รับสัมปทาน "เอราวัณ-บงกช" เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ให้วางหลักประกันรื้อถอนแท่นเต็มจำนวนภายใน 120 วัน หรือครบกำหนด 11 ตุลาคม 2562 ประกอบด้วย แหล่งเอราวัณ 200 แท่น วงเงินประมาณ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แหล่งบงกช 100 แท่น วงเงินประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับสัมปทานไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่าควรวางหลักประกันเฉพาะแท่นที่รื้อถอนจริงๆ เท่านั้น ส่วนแท่นไหนที่ผู้ชนะประมูล คือ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม และพันธมิตรใช้งานได้ต่อก็ไม่ควรวางหลักประกันเต็มจำนวน โดยเมื่อได้ข้อมูลใหม่กรมเชื้อเพลิงฯ จะต้องเร่งสรุปว่าแท่นใดจะใช้งานได้ต่อภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า เพื่อจะได้กำหนดเรื่องการวางหลักประกันรื้อถอนต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...