xs
xsm
sm
md
lg

ชงบอร์ด ปตท.อนุมัติ OR เข้าตลาดหุ้น Q4 นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ชาญศิลป์” แย้มบอร์ด ปตท.เตรียมพิจารณาแผนนำ “โออาร์” เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 4 นี้ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในไตรมาสนี้ พร้อมศึกษาตลาดรถอีวี 3-5 ปี ก่อนตัดสินใจรุกการลงทุนเต็มตัว ด้าน NGV รัฐควรปล่อยราคาลอยตัว คาดยอดขาย NGV หดเหลือ 3 พันกว่าตัน ใน 4-5 ปีข้างหน้า

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้านำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ขณะนี้โออาร์อยู่ระหว่างจัดเตรียมแผนธุรกิจเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเติบโต โดยจะเสนอขอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.เพื่ออนุมัติการนำโออาร์เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 4 นี้ และคาดว่าจะดำเนินการยื่นแบบเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทันภายในไตรมาส 4/2562 เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในปี 2563

“ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โออาร์เป็นบริษัทใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก และมั่นใจว่าแผนธุรกิจของโออาร์ตอบโจทย์ 3 ข้อที่กระทรวงพลังงานตั้งไว้เพราะเป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่การโอนทรัพย์สินให้โออาร์คืบหน้าไป 90% โดยในส่วนที่เป็นความมั่นคงทางพลังงานจะยังอยู่กับ ปตท. รวมถึงการตอบแทนต่อสังคมภาระหลักๆ จะยังอยู่กับบริษัทแม่”

นายชาญศิลป์กล่าวถึงความร่วมมือกับดับเบิ้ลยูเอ็มมอเตอร์ (WM Motors) จากจีน ในการศึกษาพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ว่า จากการศึกษาดูงานในหลายประเทศพบว่าจีนเป็นประเทศที่มีความคืบหน้าและการใช้รถอีวีจำนวนมาก โดยมีฐานการผลิตที่สำคัญ รวมถึงการผลิตพลาสติก และแบตเตอรี่ จึงเป็นโอกาสดีที่ ปตท.จะเข้าไปร่วมศึกษาเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นการเตรียมความพร้อมตามกลยุทธ์หาธุรกิจที่เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จใหม่ (New S-Curve) ของ ปตท. โดยเบื้องต้นจะนำรถอีวีมาใช้ภายในกลุ่ม ปตท.ก่อนเพื่อทดสอบระบบและประสิทธิภาพ หลังจากนั้นค่อยพิจารณาในการตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจรถไฟฟ้าใน 3-5 ปีนี้

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาแบตเตอรี่นั้น เบื้องต้นจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในรูปแบบระบบการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS) มากกว่าการพัฒนาแบตเตอรี่ในรถยนต์ เพราะ ESS ปัจจุบันยังมีผู้เล่นในตลาดน้อยกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ โดยมีการพัฒนาแบตเตอรี่ในสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ร่วมกับ 24M Technologies, Inc. ในการศึกษาและพัฒนาโครงการนำร่อง

นายชาญศิลป์กล่าวว่า รัฐควรปล่อยราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) เป็นไปตามราคาตลาดโลก หากราคาแพงก็ไม่มีการใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันต้นทุน NGV อยู่ที่ 16 บาท/กก.ต่ำกว่าราคาขายในปัจจุบัน ส่วนการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็จะมาพิจารณาจากผู้มีรายได้น้อยใช้รถเมล์ หรือรถเท็กซี่ NGV อย่างไร ขณะเดียวกัน ปตท.หาธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจก๊าซ (Non Gas) เข้าไปเสริมสร้างรายได้ปั๊ม NGV

ด้านนายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยอดขาย NGV อยู่ที่ 5,300 ตัน/วัน คาดว่าทั้งปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 ตัน/วัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากอดีตที่ราคาน้ำมันดิบสูง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ยอดขาย NGV สูงถึง 8,800 ตัน/วัน

ทั้งนี้ ปตท.ประเมินว่า แนวโน้มยอดขาย NGV จะลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุด 3,600 ตัน/วัน ในอีก 4-5 ปี เนื่องจากรถบรรทุกที่ใช้ NGV ถึงกำหนดรอบที่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องยนต์ก็อาจกลับไปใช้น้ำมันแทนเพราะราคาน้ำมันไม่สูง ขณะที่ผู้ผลิตรถบรรทุกก็พร้อมจะผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับ NGV ถ้าราคา NGV ต่ำเท่ากับ 50% ของราคาดีเซล จากการเจรจากับผู้ผลิตรถบรรทุกพบว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีการเลือกซื้อรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพราะราคารถบรรทุกที่ใช้ NGV สูงกว่ารถบรรทุกทั่วไป 1 ล้านบาท/คัน และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูง ปัจจัยดังกล่าวนี้กดดันให้จำนวนสถานีบริการ NGV ก็มีแนวโน้มจะลดลงจากปัจจุบันอยู่ที่ 450 แห่ง

ขณะนี้ ปตท.ได้มีการปิดสถานีจ่ายก๊าซหลัก (Mother Station) ไป 3 สถานีจากทั้งหมด 15 สถานี เพื่อใช้เป็นสถานีสำรอง เนื่องจากความต้องการใช้ NGV ที่ลดลง ขณะเดียวกันก็มีแผนจะเปิดให้เอกชนเข้าใช้บริการสถานีจ่ายก๊าซหลักดังกล่าวเพื่อทำตลาดก๊าซ NGV ป้อนให้โรงงานอุตสาหกรรม พบว่ามีเอกชนให้ความสนใจและอยู่ระหว่างเจรจา

ก่อนหน้านี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายต่อผู้บริหาร ปตท. กรณีหากต้องการนำโออาร์เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นจะต้องจัดทำแผนธุรกิจให้ตอบโจทย์ ภาครัฐใน 3 ข้อ คือ 1. ความมั่นคงพลังงานของประเทศ 2. เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก และ 3. สร้างเข้มแข็งโดยขยายการเติบโตในต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะได้ประโยชน์จากการเข้าตลาดหุ้นของโออาร์


กำลังโหลดความคิดเห็น...