กรมธุรกิจพลังงานถกผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นเพื่อหาทางออกลดการจำหน่ายกลุ่มเบนซิน 1 ชนิด คาดรู้ผลใน 2 เดือนนี้เพื่อลดภาระผู้ค้าน้ำมัน ส่วนยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงงวด 8 เดือนแรกปีนี้โตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินโตขึ้น 3.8% ดีเซลโต 1.7% NGV ลดฮวบ 11.1% ด้านบีบีจีไอแจงทุ่ม 100 ล้านบาทปรับปรุงการผลิตบี100 ให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อนำไปผสมดีเซล บี10 พบยอดการผลิตหด 10-15% ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น เตรียมลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาเพดานการผลิตบี100 เดิมไว้
นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับโรงกลั่นและผู้จำหน่ายน้ำมันว่าจะปรับลดชนิดน้ำมันกลุ่มเบนซินอย่างไร จะลดลง 1 ชนิด จากปัจจุบันมี 5 ชนิด คือ เบนซิน 95, แก๊สโซฮอล์ 91, 95, อี20 และอี85 และมีการจำหน่ายกลุ่มดีเซลอีก 4 ชนิด โดยจะรู้ผลใน 2 เดือนนี้ โดยพิจารณาภาพรวมของสมดุลการผลิตของประเทศ สัญญาของคู่ค้า รวมทั้งเรื่องกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายใหม่ ในเรื่องการลดการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพในอนาคต
อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมอาจทำให้โรงกลั่นต้องลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย จากปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันพื้นฐานเบนซิน 95 ในขณะที่น้ำมันพื้นฐานเบนซิน 91 หากยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันพื้นฐาน 91 ก็จะเหลือ และที่สำคัญ กลุ่มมอเตอร์ไซค์นิยมใช้แก๊สโซฮอล์ 91 เป็นหลัก หากยกเลิกไปมอเตอร์ไซค์ก็จะได้รับผลกระทบ ดังนั้น จะยกเลิกกลุ่มเบนซินตัวใดก็คงจะต้องพิจารณาเหตุผลที่เหมาะสม
"ยอมรับว่าประเทศไทยมีชนิดน้ำมันเป็นจำนวนมาก เป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ดังนั้นก็ต้องมาดูสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด โดยในส่วนของดีเซลนั้นหลังจากประกาศใช้บี10 เป็นน้ำมันพื้นฐานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 ในส่วนของปั๊มทุกแห่งต้องมีขายบี7 ส่วนหัวจ่ายที่เหลือก็ต้องตัดสินใจเองว่าจะขายบี7, น้ำมันพรีเมียม และบี20 อย่างไร"
ส่วนสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในรอบ 8 เดือนของปี 2562 (มกราคม-สิงหาคม 2562) พบว่ายอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 8 เดือนแรกปีนี้เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยกลุ่มน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.9% กลุ่มดีเซลหมุนเร็วเพิ่มขึ้น 1.7% น้ำมันอากาศยานเจ็ตเอเพิ่มขึ้น 0.1% และ LPG เพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่ NGV ลดลง 11.1%
โดยการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 32.12 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 3.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิดยกเว้นเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91 ที่ลดลง สำหรับภาพรวมการใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.14 ล้านลิตร/วัน คิดเป็น 4.5%
การใช้กลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64.92 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 1.7% โดยดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) มีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 62.13 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 2.6% ดีเซลหมุนเร็ว บี10 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.005 ล้านลิตร/วัน (เริ่มมีการจำหน่ายปลายเดือน พ.ค. 62 และในเดือน ส.ค. 62 มีการใช้อยู่ที่ 0.39 ล้านลิตร) และดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.78 ล้านลิตร/วัน (เริ่มมีการจำหน่ายตั้งแต่เดือน ก.ค. 61) โดยการใช้ดีเซลหมุนเร็ว บี10 และบี20 ภาครัฐได้ใช้มาตรการกำหนดส่วนต่างราคาขายปลีกให้ถูกกว่าดีเซลหมุนเร็ว ธรรมดา (บี7) อยู่ที่ 1 และ 5 บาท/ลิตร ตามลำดับ การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 19.30 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 0.1%
การใช้ NGV เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5.55 ล้าน กก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 11.1% โดยการใช้ NGV ลดลงเนื่องจากมีการปรับราคา NGV ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการใช้ดีเซลหมุนเร็ว บี20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนและรถบรรทุกสินค้าหันไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีเซลหมุนเร็ว บี20 ทดแทน ส่งผลให้สถานีบริการ NGV นอกแนวท่อทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมีปริมาณนำเข้ารวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ย 8 เดือนอยู่ที่ 916 พันบาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 5.0% โดยมีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบคิดเป็น 59,648 ล้านบาท/เดือน ส่วนน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 80 พันบาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 23.1% และมีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 5,270 ล้านบาท/เดือน
ด้านนายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ในเครือบางจาก กล่าวว่า บริษัทลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงการผลิตบี 100 ให้ได้มาตรฐานใหม่ที่กำหนด ที่พร้อมจะนำมาผสมขายในมาตรฐานบี10 อย่างไรก็ตาม จะส่งผลให้กำลังผลิตของโรงงานปรับลดลงราว 10-15% ของทั้ง 2 โรงงานที่มีกำลังผลิตรวม 1 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้น บริษัทกำลังศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้กำลังผลิตเท่าเดิม โดยจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ ภาพรวมแล้วต้นทุนของบี10 แต่ละโรงงานจะขยับขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้วแต่เทคโนโลยี โดยบางโรงอาจขึ้นถึง 1-1.50 บาท/ลิตร
"โรงงานไบโอดีเซล ขณะนี้ทยอยปรับปรุงบี100 ให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ที่กำหนด แต่ที่ยังมีปัญหาคือเรื่องมาตรฐานน้ำในบี100 ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะให้ได้มาตรฐานตั้งแต่โรงงานไบโอดีเซล แต่ในช่วงขนถ่าย เพื่อนำไปผสมบี10 ก็อาจจะมีปัญหาน้ำปนเปื้อนและมาตรฐานอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อไปผสมบี10 ที่โรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน จึงหารือกับภาครัฐในส่วนนี้ว่าควรดำเนินการอย่างไร" นายพงษ์ชัยกล่าว


