xs
xsm
sm
md
lg

มาบตาพุดเฟส 3 จ่อเข้า ครม.พรุ่งนี้ “กนอ.” พร้อมลงนามสัญญาทันทีช่วงบ่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กนอ.เผยมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) เตรียมเสนอเข้า ครม.พรุ่งนี้ 1 ต.ค. หลังได้ข้อยุติเจรจาเงื่อนไขสัญญาร่วมลงทุนเรียบร้อยและผ่านความเห็นชอบจากอัยการสูงสุด พร้อมเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัทร่วมค้า กัลฟ์-พีทีที แทงค์ ทันทีเวลา 12.00-13.00 น. มั่นใจเป็น 1 ใน 5 โครงสร้างพื้นฐานอีอีซีที่จะดึงนักลงทุนเพิ่ม

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือ Public Private Partnership (PPP) NET Cost ได้ข้อยุติการเจรจาเงื่อนไขในสัญญาการเข้าร่วมลงทุนของกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการอัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กนอ.ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เพื่อพิจาณาเห็นชอบและอนุมัติในการดำเนินโครงการเพื่อจะนำไปสู่การลงนามในสัญญาร่วมทุนระหว่าง กนอ.กับบริษัทร่วมค้าฯ ในเวลา 12.00น.-13.00น.ทันที

“จะมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กนอ. และกลุ่มกิจการร่วมค้า กัลฟ์ และพีทีทีแทงค์ (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) ในเวลา 12.00-13.00 น.ซึ่งนับเป็นโครงการ EEC Project List 1 ใน 5 โครงการแรกที่จะได้ลงนาม” น.ส.สมจิณณ์กล่าว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญต่อการนำเข้า-ส่งออกขนถ่ายสินค้า และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต และจะเป็นโครงการในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี หลัง ครม.อนุมัติและร่วมทุนจะเดินหน้าส่งมอบให้กับบริษัทเอกชนเข้าดำเนินการ ออกแบบรายละเอียดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะใช้ระยะในการพัฒนาแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2568

นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามสัญญาร่วมลงทุนโดยมีจำนวน 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย ผู้แทนจาก กนอ. ผู้แทนจาก สกพอ. ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทนจากบริษัทเอกชนร่วมลงทุน เพื่อให้การดำเนินงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งเป็น 1 ใน 5 EEC Project List ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป และเป็นส่วนสำคัญสำหรับการนำเข้า-ส่งออกขนถ่ายสินค้ารองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้จะสามารถเข้าพัฒนาได้ภายหลังจากที่ทำการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งการร่วมลงทุนในครั้งนี้ภาคเอกชนจะได้สิทธิในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (Superstructure) ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 47,900 ล้านบาท แบ่งเป็น กนอ.ร่วมลงทุนเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท ได้แก่ การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซรองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ (Superstructure) กนอ.จะดำเนินการออกทีโออาร์เพื่อประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมพัฒนา โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลวรองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท และงานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ เงินลงทุน 3,200 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง คาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 14 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...